“สนธยา” ลุย แผนพัฒนาเมืองพัทยาปี 65 วางระบบระบายน้ำแก้ไขน้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสีย พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ตั้งเป้ามุ่งสู่เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน ขานรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ของรัฐบาล

           นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับการพัฒนาเมืองพัทยาในปี 2565 นั้น จะมีการปรับปรุงท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดตั้งงบประมาณไว้แล้ว โดยจะมีการปรับปรุงให้ท่าเทียบเรือมีความพร้อมสอดรับกันระหว่างท่าเทียบเรือบนเกาะล้าน ส่วนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของท่าเทียบเรือของกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นคาดว่าปี 2567 จะสามารถเสนอตั้งงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือคู่ขนาดท่าเทียบเรือเก่าแหลมบาลีฮาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามระเบียบเงื่อนไขในการดำเนินการ
            อีกทั้งการพัฒนาเมืองพัทยาหลักในปี 65 นั้น ทั้งโครงการระบายน้ำและโครงการบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา ได้มีการดำเนินการมาแล้วในระดับหนึ่งและในปี 65 จะเดินหน้าดำเนินการต่ออีก 8 โครงการหลัก ๆ ในการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมไปถึงการดำเนินการจัดทำระบบรวบรวมน้ำเสีย เพื่อเข้าสู่การบำบัดที่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้แผนการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำเสียของเมืองพัทยามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนในแผนใหญ่ขณะนี้ได้รับการอนุมัติงบประมาณแล้วในปี 2564 คือ โครงการระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ รวมทั้งการรวบน้ำกลับไปใช้ใหม่โดยระบบสูบน้ำกลับไปยังแก้มลิงที่หนองใหญ่ ซึ่งระบบสูบน้ำกลับจากแก้มลิงหนองใหญ่ขณะนี้ได้มีการออกแบบและตั้งงบประมาณในการดำเนินการ ซึ่งในเรื่องของการระบายน้ำและการศึกษาออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดอีก 1 เท่าตัว ที่โรงบำบัดน้ำเสียที่ซอยหนองใหญ่ ได้มีการศึกษาออกแบบและมาณการไว้แล้ว หลังจากนี้จะมีการจัดตั้งงบประมาณในการดำเนินการ ทั้งนี้จะทำให้งการระบายน้ำและการบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยาเป็นไปตามเป้าหมายและสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิน้ำเสียได้ถึงวันละ 200,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะเพียงในการรองรับการเจริญเติบโตของเมืองพัทยา ภายใต้การพัฒนาของ EEC ส่วนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อให้เมืองพัทยาเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน อยู่ระหว่างการดำเนินการไปตามแผนและขั้นตอนการออกแบบ โดยการออกแบบในปี 2565 จะสำเร็จลุล่วงในการออกแบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่แหลมบาลีฮาย พื้นที่ท่องเที่ยวบริเวณชายหาดและการพัฒนาชายหาดจอมเทียนที่ได้ร่วมกับกรมเจ้าท่าในการเสริมทรายชายหาด เพื่อขยายชายหาดให้มีความกว้างขึ้นหลังถูกกัดเซาะ ทั้งนี้จะทำให้พื้นที่หลักด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาและจอมเทียนมีความสวยงาม และเป็นพื้นที่ที่น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะสร้างเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของ EEC ตามเป้าหมายของรัฐบาล
           นายสนธยาเปิดเผยต่ออีกว่า สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในปี 2565 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป จะเริ่มเข้าสู่แผนในการจัดกิจกรรม ทั้งงานเทศกาลวาเลนไทน์ เทศกาลตรุษจีน ซึ่งเมืองพัทยาจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคเอกชน โดยในเดือนมีนาคมก็จะมีการจัดกิจกรรมเทศกาลดนตรีเมืองพัทยาหรือพัทยามิวสิคเฟสติวัล ส่วนในเดือนเมษายน ก็จะมีการจัดเทศกาลปีใหม่ไทย หรืองานสงกรานต์ ซึ่งหลังจากมีการเปิดประเทศในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม 2564 เมืองพัทยา ได้มีการแสดงถึงศักยภาพและความพร้อม ในการจัดกิจกรรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกสัปดาห์ ภายใต้มาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และในปี 2565 ก็เช่นกันเมืองพัทยาจะมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องในทุกเดือน เพื่อให้เมืองพัทยาเป็นเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวและเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล

           ซึ่งตามเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ได้ดำเนินการในเรื่องการจัดทำแผนให้เมืองพัทยาท่องเที่ยวเชิงกีฬา เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการ ซึ่งเมืองความพร้อมในด้านต่าง ๆ นั้นเมืองพัทยามีความพร้อมอยู่แล้วทั้งความร่วมมือของภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

 

Advertisement