ภาคธุรกิจพัทยาประกาศความพร้อมเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว 1 ต.ค. เสนอเปลี่ยนรูปแบบยกเลิกกักตัว เปิดให้ท่องเที่ยวได้ใน Aria ที่กำหนดแบบเสรี หากรับวัคซีนครบกำหนด ห่วงแต่ความไม่แน่นอนของรัฐเรื่องไทม์ไลน์ด้านการทำงานและการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึงและครบก่อนเวลาเปิดเมือง

           จากกรณีที่เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นของโลกที่ต้องประสบกับภาวะวิกฤตด้านการท่องเที่ยวมานานกว่า 2 ปี จากพิษการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนถึงปัจจุบันมีการเรียกร้องให้เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชน และผู้ให้บริการในภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ รวมทั้งเกิดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับรัฐในการจัดทำโครงการ Pattaya Moves On ที่มีแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ พร้อมกับอีก 5 จังหวัด ด้วยมั่นใจว่าสามารถฉีดวัคซีนให้กับทุกภาคส่วนได้เกิน 70% รวมทั้งการปรับแผนทางธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องสร้างมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งแผนการจัดทำ SOP หรือมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว Seal Route การกำหนดเส้นทางการท่องเที่ยว และข้อกำหนดด้าน SHA+ ในสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐานตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข จึงถือเป็นอีกความหวังที่จะทำให้การท่องเที่ยวกลับมาแม้จะยังดูไม่ชัดเจนจากการตอบรับมากนักก็ตาม
          ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าภาคธุรกิจท่องเที่ยวเอกชนหลายแห่ง แบกรับภาระมหาศาลในการประคับประคองกิจการ แต่ก็เร่งปรับตัวสร้างมาตรฐานในการรองรับอย่างเต็มที่ จนทำให้เมืองพัทยาค่อนข้างมีความพร้อมในการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่สิ่งที่ภาคเอกชนเป็นห่วงคือความไม่แน่นอนของภาครัฐเองที่ไม่มีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ด้วยหลังจากระบุว่าจะมีการเปิดประเทศใน 120 วัน แต่วัคซีนที่ระดมฉีดให้กับประ ชาชนพบว่าอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ถึงกำหนดในรับวัคซีนเข็มที่ 2 ในห้วงเวลาของการเปิดเมือง ขณะที่เมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง กทม.เองก็มีประกาศว่าอาจจะเลื่อนการเปิดเมืองออกไปอีกระยะ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังอยู่ในอัตราที่สูง
           ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา (PBTA) ว่าแม้ขณะนี้รัฐบาลและ ศบค.ยังไม่ได้มีความชัดเจนในเรื่องของการเปิดประเทศหรือเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่โครงการ Pattaya Moves on ของจังหวัดชลบุรี ถือว่ามีความพร้อมแล้วตั้งแต่ 1 กันยายนที่ผ่านมา แต่ด้วยมีการแพร่ระบาดของผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการก็น้อมรับในการเลื่อนเวลาของการเปิดเมืองจากเดิมมาเป็นวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ แต่หลังจากได้ร่วมประชุมหารือกับทาง รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา ไปเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ก็รับทราบว่าพื้นที่เมืองพัทยา-สัตหีบ และอีก 5 จังหวัดจะเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 ตุลาคมพร้อมกัน แต่ปัจจุบันก็มีกระแสว่าหลายจังหวัดอาจมีการเลื่อนเวลาเปิดเมืองออกไป ขณะที่ในส่วนของเมืองพัทยายืนยันว่ามีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวในทุกๆ ด้าน
         อีกทั้งสิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่จะได้รับความปลอดภัยเมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา ภายใต้คู่มือปฏิบัติที่นักท่องเที่ยวจะต้องดำเนินการตาม SOP สำหรับกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ภาคเอกชนให้ความสนใจนั้นจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดียและรัสเซีย เป็นหลัก เพราะกลุ่มตลาดหลักเดิมของเมืองพัทยาได้แก่นักท่องเที่ยวจากจีน พบว่าทางรัฐบาลจีนยังไม่อนุญาตให้ประชากรเดินทางออกนอกประเทศแน่นนอน แต่ตลาดรัสเซียและอินเดียไม่มีข้อห้ามที่จะให้ประชากรเดินทางออกนอกประเทศ และยังเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจเมืองพัทยาเป็นพิเศษ
         นายบุญอนันต์กล่าวต่ออีกว่าในส่วนของตลาดจากอินเดียนั้นได้มีการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ออกมาแนวทางเดียวกับวัคซีนที่ใช้ในประเทศ จึงอยากให้รัฐบาลเปิดใจในการยอมรับ นอกจากนี้กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวทั้ง 2 กลุ่มเป็นกลุ่มที่เมื่อเดินทางกลับประเทศหลังมาพักผ่อนแล้วไม่ต้องกักตัว จึงถือเป็นกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวอื่นๆ อย่าง เกาหลี ไต้หวัน หากเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยเดินทางกลับไปก็จะต้องกักตัวทำให้การตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความลำบาก
         สิ่งอื่นใดก่อนที่จะเปิดทำการตลาดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจในการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในครั้งต่อๆไป แม้การเปิดเมืองรับในครั้งแรกอาจจะไม่มีนักท่อง เที่ยวเดินทางมามากนัก แต่หากแผนเปิดเมืองได้รับความประทับใจเชื่อว่าในเดือนถัดไปซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่อง เที่ยวในช่วงปลายปี 2564 นี้จะมีนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นแน่นอน
           ดังนั้นการเปิดเมืองครั้งนี้ต้องมีความชัดเจนในทุกด้าน โดยเฉพาะภาครัฐที่ต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจนทั้งรูปแบบการเปิดเมืองในหลายพื้นที่ที่ควรมีมาตรฐานและรูปแบบคล้ายคลึงกัน รวมถึงเรื่องของวัคซีนที่ต้องเร่งดำเนินการให้ครบตามกำหนด ขณะที่โครงการ Pattaya Moves on นั้น ปัจจุบันภาคธุรกิจได้นำเสนอไปยังภาครัฐเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะรูปแบบ Seal Route ที่อยากให้ปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบของ Seal Aria แทนเหมือนการจัดทำ Phuket Sandbox เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะต้องปฏิบัติตัวตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่หากได้รับวัคซีน 2 เข็ม รวมทั้งการทำ Swap ที่มีผลเป็นลบก็ให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างอิสระตลอด 7 วันจนครบกำหนด ก็ทำการตรวจหาเชื้ออีกครั้ง หากไม่พบเชื้อ ก็สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่เองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องของกการแพร่ระบาด ด้วยคู่มือปฏิบัติของนักท่องเที่ยวภายใต้ SOP มีข้อกำหนดที่คำนึงถึงความปลอดภัยด้วยมาตรฐานที่สูง อีกทั้งหน่วยงานที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ก็จะต้องผ่านมาตรฐาน SHA+ ที่พนักงานทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เกิน 70% ซึ่งทุกขั้นตอนจะมีการกำกับดูแลไม่ให้หลุดออกนอกเส้นทางที่กำหนด หากสถานประกอบการใดไม่สามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่กำหนดก็ควรจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย
          อย่างไรก็ตามในส่วนของภาคเอกชนเองก็มีความกลัวที่จะเกิดการเกิดแพร่ระบาดของโรคอีกระลอก แต่เหตุที่ต้องมีการผลักดันให้เปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวนั้น มองว่ามาตรการล็อคดาวน์ไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องด้วยยอดผู้ติดเชื้อไม่ได้มีการลดลง เพียงแต่ปัจจุบันจากความซบเซาทางเศรษฐกิจที่กินเวลานานนับปี ถือเป็นบทเรียนที่ทุกภาคส่วนจะต้องปรับตัวให้ได้ว่าจะอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย และทำให้ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหากถึงตอนนี้ที่ยังประสบกับปัญหาโรคระบาดแล้วยังเจอปัญหาเศรษฐกิจซ้ำอีกเป็นเวลานานแต่ไม่ปรับตัวหรือแก้ไข ก็อาจจะส่งผลกระทบในภาพรวมของเมืองและประเทศและการก่อให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมาอีกด้วย
Advertisement