ลูกสาวโพสต์พ่อวัย 53 ปี ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม เกิดน็อกเป็นอัมพฤกษ์ เป็นเจ้าชายนิทรา อาการโคม่า 50-50 เผยไร้การเหลียวแล หมอยังบอกไม่ได้ฉีดวัคซีน ไม่มีในรายชื่อทั้งที่มีเอกสารการลงทะเบียนและบัตรคิวฉีดเรียบร้อย

          จากกรณีเฟสบุ๊คชื่อว่า Tai Nutchannun ได้โพสต์ข้อความว่า “ทุกคนมีคนที่รัก เหตุเพราะไม่วัดความดันก่อนฉีด ล่าสุดบอกยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย ไม่มีรายชื่อ #คืองงมากมาช่วยกันดูหน่อยว่าฉีดยัง” อีกทั้งยังมีข้อความบนเฟสบุ๊คชื่อว่า เสนาะ เทพกูล โพสต์ข้อความ “ตอนนี้คุณเสนาะมาฉีดวัคซีนเกิดน็อกหมดสติอยู่โรงพยาบาลติดต่อญาติด่วนค่ะ” พร้อมรูปภาพขั้นตอนการฉีดวัคซีน มีทั้งหลักฐานการลงทะเบียน บัตรคิวรอฉีดวัคซีน และมีภาพตอนเดินพยุงหลังฉีดวัคซีนเสร็จ จนเป็นข้อสงสัยต่อผู้ที่ได้เข้ามาอ่านข้อความในโพสต์
          ต่อมาเวลา 09.30 น.วันที่ 17 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 42/21 หมู่ 2 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นห้องแถวเปิดเป็นอู่ซ่อมแอร์ไดนาโม รถยนต์ และได้พบกับนางสาวกมลรัตน์ เทพกูล อายุ 24 ปี ลูกสาวของนายเสนาะ เทพกูล อายุ 53 ปี ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วน็อกล้มป่วย
          จากการสอบถามนางสาวกมลรัตน์ ลูกสาวของนายเสนาะ ได้เปิดเผยว่า พ่อของตนได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ที่ทางเทศบาลเมืองบ้านสวน ได้จัดให้ประชาชนลงทะเบียน พอหลังจากที่พ่อของตนลงทะเบียนเสร็จแล้ว ได้คิววันที่ 13 ส.ค.64 พ่อของตนก็ได้ขับรถ จยย.ไปฉีดวัคซีนด้วยตัวเอง ก่อนฉีดพ่อของตนก็แข็งแรงปกติดี พอหลังจากฉีดในเวลานั้นพ่อตนได้น็อกล้มลง แล้วหมอได้เอามือถือของพ่อโพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊คของพ่อจนมีคนเข้าไปเห็นและลูกๆ ก็เห็นจึงได้ตามไปที่โรงพยาบาลชลบุรี
           หลังจากที่พ่อของตนได้นอนรักษาตัวอยู่ผ่านมา 4 วัน ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลเลย เหมือนตอนนี้พ่อตนนอนรอความตายเพราะอาการพ่อของตนก็โคม่า 50-50 เป็นเจ้าชายนิทราอยู่ ตนก็สงสัยที่หมอบอกว่าพ่อยังไม่ได้ฉีดยา แล้วทำไมถึงน็อกและอีกอย่างหมอเป็นคนพูดเองว่าพ่อตนเป็นความดัน พอฉีดวัคซีนจึงได้ไปชนกันทำให้น็อก ตนก็สงสัยแล้วก่อนฉีดทำไมไม่วัดความดัน ซักประวัติของผู้ป่วยก่อน ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าพ่อป่วยอะไรหรือเป็นโรคอะไร ตนก็อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลพ่อของตนด้วย ตอนนี้ทางครอบครัวคิดกลัวแล้วหากพ่อหายดี เข็มที่ 2 คงไม่ให้พ่อไปฉีดแล้ว และคนในครอบครัวของตนก็ไม่เอาแล้วกับวัคซีน เพราะไม่โดนกับครอบครัวของใครก็ไม่มีใครเข้าใจ เพราะหากเป็นอะไรขึ้นมา ไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาดูแลหรือช่วยเหลืออะไรเลย ไหนจะเรื่องงานของร้านไม่มีพ่อมาดูก็เฝ้ากันเองแล้วไม่มีใครมีความรู้เรื่องช่างอีกด้วย ทำให้ต้องขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัวไปอีกด้วย

Advertisement