ประชาชนในพื้นที่บางละมุง-สัตหีบ ที่มีอาชีพอิสระ สมัครประกันสังคมมาตรา 39 และมาตรา 40 จำนวนมาก

        หลังรัฐบาลประกาศมาตรการเยียวยาจากกรณีโควิดระบาดหนักจนต้องประกาศล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถาน รวมถึงการสั่งปิดกิจการหลายประเภท ส่งผลกระทบต่อทั้งนายจ้างและลูกจ้างในกิจการ 9 หมวด รวมถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีเเลนซ์ โดยให้ขึ้นทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาภายในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
        ล่าสุดวันนี้ (9 ส.ค.64) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำนักงานประกันสังคม สาขาบางละมุง ที่ตั้งอยู่ที่บริเวณที่ FN Outlet สาขาพัทยา ก่อนถึงโรงแรมชลจันทร์ พบว่ามีประชาชนเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสมัครและตรวจสอบสิทธิ์มาตรา 39 และ 40 หลังรัฐประกาศจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตน
         ด้านนายเบญจรงค์ ว่องจรรยากุล หัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง กล่าวว่า มีประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอบางละมุงและสัตหีบ เดินทางสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39 และ 40 อย่างเนื่อง โดยเฉลี่ยการสมัครในมาตรา 39 ต่อวัน อยู่ที่ 70-80 ราย ส่วนมาตรา 40 สามารถสมัครผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11 และสายด่วน 1560 รวมถึงผ่านทาง www.sso.go.th  ส่วนประชาชนที่ walk-in มาที่สำนักงานประกันสังคม สาขาบางละมุงนั้น ในกลุ่มมาตรา 40 จะเป็นประชาชนที่เคยสมัครในมาตร 40 แล้วมาขอคืนสิทธิ เฉลี่ยวันละ 40-50 ราย ซึ่งผู้ที่เดินทางมาสมัครในมาตรา 40 ส่วนใหญ่เพื่อขอรับเงินเยียวยาและเพื่อขอรับสิทธิในประกันสังคมตามที่เลือกไว้
         สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 เป็นการประกันตนภาคสมัครใจ กรณีที่เคยทำงานในบริษัทและเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน แต่เกิดตกงานหรือลาออก แล้วยังต้องการรับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมอยู่ ก็สามารถสมัครในมาตรา 39 ได้ โดยผู้ประกันตนจะส่งเงินสมทบเข้ากองทุน 432 บาทต่อเดือน จะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ส่วนประกันสังคมมาตรา 40 คือ กองทุนประกันสังคมที่คุ้มครองผู้ประกันตนที่ประกอบอาชีพอิสระ ในกรณีที่เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือเสียชีวิต
         โดยผู้ประกันตนสามารถเลือกชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม มาตรา 40 ได้ 3 ทางเลือก เพื่อรับสิทธิความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ได้แก่ ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 70 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ และทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือนสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร

Advertisement