กระแสตีกลับฟู้ดแพนด้า หลังเกิดกระแสโซเชียล #แบนฟู้ดแพนด้า ร้านค้าพัทยาแห่ยุติให้บริการ แสดงจุดยืน ยอมสูญเสียรายได้

         จากกรณีเกิดกระแส#แบนฟูดแพนด้า หลังแอคเคาท์ของ @foodpanda_th ก็ได้มาตอบกลับว่า “ทางเราจะเร่งดำเนินการตามกฎระเบียบขั้นเด็ดขาดของบริษัท โดยให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที ขอเรียนให้ทราบว่า ทางฟู้ดแพนด้ามีนโยบายต่อต้านความรุนแรงและการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และยินดีช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีต่อคนร้ายอย่างเต็มที่” จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสตีกลับอย่างรุนแรง ชาวเน็ตจำนวนมากต่างไม่พอใจ โดยเฉพาะการใช้คำว่า ‘ก่อการร้าย’ ทั้งยังมองว่าทางแบรนด์นั้นมีวิสัยทัศน์ที่สนับสนุนเผด็จการ และการสร้างความรุนแรงต่อประชาชนที่ไปร่วมการชุมนุม รวมไปถึงการตัดสินพนักงาน โดยที่ยังไม่มีการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
         ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้สำรวจกระแสการแบนฟู้ดพนด้า ในพื้นเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบว่าหลายร้านค้าในพื้นที่ ขอไม่ให้บริการกับฟู้ดแพนด้าอีกต่อไป โดยนายอนันต์ แสงสังข์ อายุ 35 ปี เจ้าของร้านคุณไก่กล้วยทอด เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่บริษัทฟู้ดแพนด้าได้มีการออกมาแสดงความเห็น ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพียงแอดมินเพจฝ่ายเดียวหรือไม่นั้นก็ไม่ทราบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันย้อนแย้งกับสังคมที่มีฉันทามติในขณะนี้ ทางร้านขอเป็นส่วนเล็ก ๆ ของสังคม และไม่สนับสนุนเรื่องความไม่เป็นะรรมแบบนี้อยู่แล้ว และไม่คิดว่าการยกเลิกให้บริการบนฟู้ดแพนด้าจะทำให้สูญเสียรายได้กับทางร้าน รายได้ที่ร้านจะได้รับเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแม้ร้านจะเข้าร่วมให้บริการกับฟู้ดแพนด้ามากว่าครึ่งปีก็ตาม การที่ยกเลิกให้บริการในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการแสดงออกทางจุดยืนทางสังคม การเห็นต่างทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ คนที่คิดเห็นทางอนุรักษ์นิยม กับคนที่คนเห็นทางเสรีประชาธิปไตย สามารถเห็นต่างได้ แต่กลุ่มคนสนับสนุนเผด็จการคือการไม่เห็นต่าง แต่มันเป็นการเห็นแก่ตัว ซึ่งส่วนตัวมองว่าสังคมไม่น่าจะยอมรับการสนับสนุนเผด็จการ สิ่งที่เกิดบริษัทฟู้ดแพนด้าต้องรับผิดชอบกับไรเดอร์ที่จะได้รับผลกระทบจากกระแสบนฟู้ดแพนด้าในครั้งนี้โดยตรงจากรายได้ การออกมาเพียงแค่ขอโทษสังคมของบริษัทนั้นมองว่าไม่เพียงพอ ควรจะออกมารับผิดชอบต่อไรเดอร์อย่างเป็นรูปธรรม ให้สังคมได้เห็นว่าพร้อมรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเกิดเพียงแค่จากตัวบุคคล ไม่ใช่บริษัท หรือทางบริษัทจะเลือกที่จะไม่รับผิดชอบก็สามารถทำได้ แล้วสังคมจะพิจารณาเอง ด้วยทุกวันนี้ประชาชนมีความคิด
          ด้าน น.ส.ศศิชัญญ์ ไชย์เดชารัตน์ เจ้าของร้านชานมไข่มุก HuuCha อีกหนึ่งร้านค้าที่ยกเลิกให้บริการบนฟู้ดแพนด้า เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของบริษัทฟู้ดแพนด้าที่มีการลงข้อความที่ระบบด้วยการใช้คำว่า “ก่อการร้าย” กับเหตุการณ์การชุมนุมที่กรุงเทพมหานครนั้น ทำให้ทางร้านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการยกเลิกให้บริการกับฟู้ดแพนด้า หลังจากที่อดทนมานานกับการให้บริการบนแอพดังกล่าวที่เป็นปัญหาของทางร้านกับบริษัท ทั้งเรื่องการแบ่งเปอร์เซ็นจากยอดขาย การเอาเปรียบร้านค้าที่พยายามขายโฆษณาให้ร้านซื้อพื้นที่หน้าเพจของบริษัท และอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นปัญหามานาน ซึ่งที่ผ่านมายอมทน ด้วยยังคงรักษาฐานลูกค้าประจำ และทางร้านก็เป็นร้านแรก ๆ ที่เข้าร่วมกับฟู้ดแพนด้าในพัทยา แต่พอข่าวที่บริษัทออกมาแบบนี้ทำให้ทางร้านตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะยกเลิกให้บริการกับฟู้ดแพนด้า ส่วนตัวสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว แต่พอแอคเคาท์ของ @foodpanda_th ได้ใช้คำว่าผู้ก่อการร้าย การใช้ความรุนแรงต่าง ๆ มองว่าไม่ยุติธรรมกับพนักงาน ด้วยทางบริษัทยังไม่มีการตรวจสอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ลงโทษพนักงานโดยทันที
          แต่พอทางบริษัทถูกประชาชนแบนก็ออกมาแก้ตัวว่าด้วยการผิดพลาดทางระบบและจะมีการตรวจสอบ แต่ในส่วนของพนักงานทางบริษัทกลับจะปลดพนักงานทันที มันแสดงถึงความไม่ยุติธรรม แม้การยกเลิกในครั้งนี้จะกระทบกับยอดขายของทางร้าน แต่ก็ยอมรับ ทางร้านแคร์ลูกค้าทุกคน ทุกร้านก็อยากขายได้ แต่เราต้องแสดงจุดยืน แม้จะกระทบกับไรเดอร์ก็ตาม แต่บริษัทเองก็ไม่ปกป้องไรเดอร์ของตัวเอง

Advertisement