สลด..สาวใหญ่เจอพิษโควิด-19 ถูกโกง ทำธุรกิจล้มละลาย เครียดกรอกยาฆ่าตัวตายคู่แม่เฒ่าวัย 76 ปี ทิ้งจดหมายตัดพ้อ

         เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2564 พ.ต.ท.ธีทัต ตรุณจันทร์ สว.สอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีบุคคลเสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดที่ร้านมุสตาฟา เลขที่ 75 ม.8 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาเดินทางไปตรวจสอบ
         ที่เกิดเหตุเปิดเป็นร้านขายของ พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน รายแรกทราบชื่อคือ นางทองคำ พรหมเมือง อายุ 76 ปี มารดา รายที่สองทราบชื่อคือ น.ส.ปทิตตา เศรษฐเตชกุลอายุ 47 ปี ลูกสาว นอนเสียชีวิตคู่กันอยู่บนเตียงนอน เป็นที่น่าสลดใจ ข้างเตียงมีถ้วยอาหาร และน้ำดื่มตั้งทิ้งไว้ และขวดน้ำพลาสติกอีก 1 ขวด ภายในขวดมีน้ำสีขุ่น วางนอนอยู่อีก 1 ขวด ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้รื้อค้นแต่อย่างใด

           นอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตายถูกเขียนตัดพ้อเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินสอดไว้กับกรมธรรม์ประกันชีวิต ใจความว่า “ฝากดูแลแม่ด้วยนะ หนูคงต้องลาทุกคนแล้วจริงๆ เมื่อชีวิตมันถึงทางตัน เงิน งาน ทุกอย่างจบแล้ว ไม่มีเงินไม่มีงาน ชีวิตอยู่ไปอย่างไร้ค่า หนี้สินมากมายไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนให้เขา สู้มานานแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ต่อไปนี้หนูขอพัก หนูจะหลับไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้ว งานศพหนูไม่ต้องเผาก็ได้นะ เปลืองเงินเปล่าๆ ให้ลุงสายเผาได้เลย” เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
        สอบถาม น.ส.ณิชาบูล เศรษฐเตชกุล อายุ 45 ปี ทราบว่าพี่สาวเคยบ่นถึงเรื่องความเครียดมานานกว่า 3 ปีแล้ว ทั้งเกี่ยวกับเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 แต่ปัญหาหลักคือปัญหาเก่าๆ ที่เคยตัดสินใจทำธุรกิจ รับซื้อเช็ค แล้วถูกโกงจนต้องล้มละลาย หมดเงิน หมดบ้านถึงสองหลัง รวมกว่าแปดล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้พี่สาวก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องจะคิดสั้นแต่อย่างใด ซึ่งปกติก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเพราะมีงานต้องรับผิดชอบ ทุกวันตนเองจะต้องมาดูแลแม่ที่บ้านหลังนี้ จนกระทั่งเมื่อช่วงบ่ายได้มาดูว่าแม่กินข้าวหรือยัง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเข้ามาพบว่าแม่สิ้นใจเสียแล้ว ส่วนพี่สาวก็ตัวเย็นเฉียบ เมื่อพลิกดูก็พบว่าใบหน้าเริ่มเขียวแล้ว เมื่อตั้งสติได้ก็รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
          นอกจากนี้ยังได้รับการเปิดเผยจาก นางศุภานัน ทิมเที่ยง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.โป่ง ว่าก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับ น.ส.ปทิตตา ซึ่งมักจะบ่นว่าอยากฆ่าตัวตาย อย่าเพิ่งทวงเงิน ที่เคยมาหยิบยืมเงินกันไป แต่ตนเองก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไร ไม่คืนก็ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งตนเองก็เคยเตือน น.ส.ปทิตตา แล้วเกี่ยวกับธุรกิจรับซื้อเช็ค จนสุดท้ายต้องผิดหวังจนหมดตัว ถึงขั้นต้องกู้เงินรายวัน แต่ตนเองก็พยายามห้ามปรามให้เลิกคิดเรื่องฆ่าตัวตาย แต่ น.ส.ปทิตตาก็มักจะพูดอยู่บ่อยๆ ที่ได้เจอกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาทำจริงๆ
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโดยรอบ ทั้งภายในห้องครัว และในห้องนอนที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่าน่าจะกินยาฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่พบว่าเป็นยาชนิดใด จะต้องรอผลการตรวจชันสูตรยืนยันอีกครั้ง ว่าเป็นการกินยาฆ่าตัวตายทั้งคู่หรือไม่ ส่วนสาเหตุการคิดสั้นในครั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากปัญหาด้านการเงินของ น.ส.ปทิตตา ที่ผิดหวังกับธุรกิจที่ตนเองเลือกทำในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วถูกโกงจนล้มละลาย กระทั่งเกิดความเครียดรุมเร้าก่อนตัดสินใจดับชีวิตตัวเองในที่สุด

Advertisement