16 องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเมืองชลบุรี ลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการขยะมูลฝอย กลุ่มพื้นที่ 2 จังหวัดชลบุรี

           ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณภายใต้แผนสิ่งแวดล้อมในอีอีซี 2561–2564 มูลค่ารวม 8,156 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการร่วมลงทุนกับเอกชน (PPP) เพื่อขยายผลต้นแบบสู่โครงการสำคัญ อาทิ โครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยคลัสเตอร์ 2 อ.บางละมุง และ อ.สัตหีบ ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นการร่วมลงทุนกับเอกชนแบบ PPP วงเงิน 3,000 ล้านบาท โครงการศูนย์จัดการขยะมูลฝอยเมืองพัทยา ร่วมลงทุนกับเอกชนแบบ PPP วงเงิน 3,000 ล้านบาท และโครงการศูนย์จัดการขยะมูลฝอยเกาะล้าน จ.ชลบุรี เมืองพัทยา และเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ วงเงิน 200 ล้านบาท
         ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดชลบุรีได้แบ่งกลุ่มคลัสเตอร์ตามศักยภาพการขนส่งขยะมูลฝอย และจัดตั้งโรงไฟฟ้าภายในกลุ่มคลัสเตอร์ แบ่งได้เป็น 4 คลัสเตอร์ ได้แก่ คลัสเตอร์ที่ 1 ชลบุรีตอนบน ประกอบด้วย อ.เมือง อ.พนัสนิคม อ.พานทองกิ่ง อ.เกาะจันทร์ อ.บ้านบึง อ.บ่อทอง และ อ.หนองใหญ่, คลัสเตอร์ที่ 2 ชลบุรีตอนกลาง ประกอบด้วย อ.ศรีราชา และ อ.เกาะสีชัง, คลัสเตอร์ที่ 3 เกาะสีชังและเกาะท่องเที่ยวสำคัญ จัดตั้งศูนย์ขนถ่ายบีบอัดและขนส่งขยะมูลฝอยมากำจัดที่คลัสเตอร์ 2 และคลัสเตอร์ที่ 4 ชลบุรีตอนล่าง ประกอบด้วย อ.บางละมุง และ อ.สัตหีบ นั้น
         ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.64 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมืองพัทยาได้เป็นเจ้าภาพจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการขยะมูลฝอย กลุ่มพื้นที่ 2 จังหวัดชลบุรี โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และนายอภิสิทธิ์ วรรณตุง ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ร่วมลงนาม MOU ดังกล่าว ร่วมกับตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบรวม 16 แห่ง ได้แก่ อำเภอบางละมุง 8 แห่ง ประกอบด้วย เมืองพัทยา, เทศบาลเมืองหนองปรือ, เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย, เทศบาลตำบลบางละมุง, เทศบาลตำบลโป่ง, เทศบาลตำบลหนองปลาไหล, เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ และองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว

          อำเภอสัตหีบจำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลเมืองสัตหีบ, เทศบาลตำบลบางเสร่, เทศบาลตำบลนาจอมเทียน, เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์, เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว, เทศบาลตำบลเขาชีจรรย์, องค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง และองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร
          นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การดำเนินการวางแผนจัดการขยะมูลฝอยในจังหวัดชลบุรีเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา ที่ผ่านมาก็ได้วางแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการให้เหมาะสมและสามารถจัดสรรได้ และหากท้องถิ่นใดยังมีศักยภาพในการจัดการขยะก็ยังสามารถทำได้ แต่หากเกินกำลังและไม่สามารถจัดการได้ ก็มาเข้าร่วมคลัสเตอร์ตามแนวทางที่จังหวัดชลบุรีวางไว้ เรื่องปัญหาขยะในจังหวัดชลบุรีมีประมาณเกือบวันละ 3,000 ตัน ที่ผ่านมาใช้วิธีการฝังกลบ และฝากจังหวัดข้างเคียง
            ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีได้พยายามหาแนวทางจัดการเรื่องขยะมูลฝอยว่าจะทำอย่างไรจึงเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ทางกระทรวงมหาดไทยก็พยายามแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน แต่หลังจากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ความชัดเจนต่างๆ เลยดูเงียบลง เชื่อว่าในสิ้นปีนี้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น และในต้นปีหน้าคาดว่าความคึกคักของจังหวัดชลบุรีน่าจะกลับมาอีกครั้ง
          ด้านนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวด้วยว่าการจัดการขยะมูลฝอยแบบรวมกลุ่มพื้นที่ หรือคลัสเตอร์จังหวัดชลบุรี กลุ่มที่ 2 เมืองพัทยาได้เป็นเจ้าภาพและแกนนำในการดำเนินการ โดยเชิญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมทั้งตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีราชา มาเข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อวางแผนจัดการเรื่องดังกล่าวภายในท้องถิ่นของตนเองต่อไปในอนาคต และเมืองพัทยายังถือเป็นหน่วยงานหลักในความรับผิดชอบเป็นศูนย์รวบรวมและกำจัดมูลฝอยรวมโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
          อย่างไรก็ตาม แนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจ EEC ยังได้เน้นในเรื่องการพัฒนาศูนย์กลางการกำจัดขยะมูลฝอย โดยเป็นการรวมศูนย์และการบูรณาการการกำจัดขยะของจังหวัดชลบุรีไว้ในบริเวณพื้นที่ชลบุรีตอนกลาง ด้วยการตั้งศูนย์คัดแยกผลิต RDF หรือการนำขยะมูลฝอยที่ผ่านการคัดแยกแล้ว มาผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมี เป็นเชื้อเพลิงขยะ รวมทั้งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่รองรับขยะมูลฝอยได้ 2,500 ตันต่อวันต่อไปในอนาคตด้วย
Advertisement