นายกเมืองพัทยาเร่งเสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว หลังการจัดสรรวัคซีนโควิดไม่สอดคล้องกับจำนวนที่ต้องการ หวั่นแผนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต้องชะงัก

          นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงแนวคิดที่มีการเสนอความคิดเห็นเรื่องการจัดสรรวัคซีนเดือนมิถุนายน ต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ว่า เบื้องต้นต้องขออภัยพี่น้องประชาชนสำหรับการจัดสรรการฉีดวัคซีนระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคมที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชลบุรีประมาณ 46,000 โดส ใน 11 อำเภอ ส่วนพื้นที่อำเภอบางละมุงได้มีการจัดจุดฉีดวัคซีน 5 จุด คือ รพ.กรุงเทพพัทยา, รพ.เมืองพัทยา ที่จัดฉีดให้ประชาชนพื้นที่เมืองพัทยา ,อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลโป่ง จัดฉีดวัคซีนให้กับใน 3 ตำบล โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล จัดฉีดให้กับข้าราชการในพื้นที่ และอาคารกรีฑาในร่มศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซ.ชัยพฤกษ์ 2 จัดฉีดให้ประชาชนใน 5 ตำบล ทั้งนี้ในช่วงที่มีการจัดฉีดวัคซีน ก็มีกระแสความความสับสนของการรับคิวการเข้ารับการฉีดวัคซีน และเรื่องของการวอล์คอินรับวัคซีน ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ต้องขออภัยแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย เนื่องจากประชาชนในพื้นที่อำเภอบางละมุงมีความต้องการเข้ารับวัคซีนโควิดจำนวนมาก ทั้งคนที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าและคนที่มาจากการวอล์คอิน แต่ด้วยจำนวนวัคซีนโควิดที่ได้รับการจัดสรรถูกลดจำนวนลง ทำให้ต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จนสำเร็จลุลวงไปได้
          โดยในส่วนมืองพัทยาที่จัดฉีด ณ โรงพยาบาลเมืองพัทยานั้น ได้รับการจัดสรรจำนวน 2,000 โดส จัดฉีดให้ประชาชนจำนวน 2,000 คน ใช้เวลาเพียง 1 วันครึ่งวัคซีนก็หมดแล้ว แต่การลงทะเบียนของประชาชน ผู้ให้บริการภาคท่องเที่ยวต่าง ๆในเมืองพัทยามีความต้องการเข้ารับวัคซีนจำนนมากกว่าโควต้าที่ได้รับการจัดสรร เพื่อจะเดินหน้าการท่องเที่ยวให้เมืองพัทยาสามารถเปิดเมืองได้ กลับไม่ได้รับวัคซีน ไม่ตรงตามแผนที่รัฐได้ให้ความสำคัญ 1 ใน 5 เมืองหลัก ที่จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งพบว่าการจัดสรรวัคซีนที่มีการนำเข้ามาของประเทศในขณะนี้ จำนวน 6,333,000 โดส แต่จังหวัดชลบุรีได้รับการจัดสรรวัคซีนในลอตนี้เพียง 54,000 คน ซึ่งหากเทียบตามสัดส่วนของประชากรในจังหวัดชลบุรีและประชากรแฝงแล้ว อยู่ที่ 0.85% ไม่ถึง 1% หากมองถึงเรื่องการระบาดและการประคองเศรษฐกิจ ซึ่งจังหวัดชลบุรีถูกปรับพื้นที่จากพื้นที่สีแดงเข้มมาเป็นพื้นที่สีแดง หากได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้อยู่ในกลุ่มที่ 2 ที่เป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนและจังหวัดเศรษฐกิจ
          โดยในส่วนนี้มองว่าพื้นที่จังหวัดชลบุรียังเป็นพื้นที่ EEC และยังเป็นเขตเศรษฐกิจของประเทศมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตามยุทธศาสตร์การปรับแผนเปิดเมือง เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแบบไม่กักตัว ที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการ โดยกำหนดพื้นที่เปิดจังหวัดภูเก็ตในลำดับที่ 3 และชลบุรีเป็นลำดับที่ 4 ในช่วงเดือนตุลาคม 2564 เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในเรื่องของการจัดสรรวัคซีน จะต้องมีความสอดคล้องกับจำนวนประชากรในพื้นที่นั้น ๆ นอกจากนี้จังหวัดชลบุรียังเป็นจังหวัดอุตสาหกรรม และพบการระบาดในคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น การได้รับจัดสรรวัคซีนจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชากรในจังหวัดชลบุรีและประชากรแฝงในคลัสเตอร์เศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด จึงได้มีการนำเสนอแนวคิดการจัดสรรวัคซีนให้ตรงกับความต้องการวัคซีนโควิดของพื้นที่ไปยังคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ และคณะกรรมการวัคซีนจังหวัดชลบุรี เพื่อจะได้มีการปรับแผนในการจัดสรรวัคซีนให้ตรงแผนของกับพื้นที่เศรษฐกิจและควบคุมการแพร่ระบาด และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเปิดเมืองรับท่องเที่ยวเดินหน้าไปได้ตามแผนที่วางไว้
        นายกเมืองพัทยาเปิดเผยต่ออีกว่า ที่ผ่านมาการจัดสรรวัคซีนให้กับเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวที่รัฐบาลให้ความสำคัญนั้น จำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรกับจำนวนสัดส่วนของประชากรยังขาดอีกจำนวนมาก ในการจะจัดฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ให้ได้ 70% ซึ่งปัจจุบันประชากรในจังหวัดชลบุรีรวมประชากรแฝงมีอยู่ประมาณ 3 ล้าน หากจะจัดฉีดวัคซีนให้ครบ 70% ของประชากร จะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 2.1 ล้านโดส เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการควบคุมการระบาด ทำให้สัดส่วนการจัดสรรวัคซีนในพื้นที่เศรษฐกิจ จึงมีความสำคัญและต้องมีความสอดคล้องกับจำนวนประชากร ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าศักยภาพในการจัดฉีดวัคซีนในจังหวัดชลบุรี หลังได้รับการจัดสรรวัคซีนล็อตพิเศษก็สามารถจัดฉีดได้ตามแผนที่กำหนดไว้ในการจัดฉีดวัคซีนให้กับประชาชนวันละ 10,000 คน ก็สามารถดำเนินการและมีการเตรียมแผนจัดฉีดในล็อตต่อไปวันละ 30,000 คน แต่จะต้องได้รับการจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอต่อแผนที่วางไว้ คือ 1 ใน 5 พื้นที่เศรษฐกิจที่รัฐให้ความสำคัญด้านท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาทุกหน่วยงานได้มีการจัดทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งการจัดทำแผน SOP (Standard Operation Procedures) ได้เสนอแผนไปยังส่วนกลางแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ความจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเศรษฐกิจของ EEC ได้เตรียมความพร้อมทั้งการปฏิบัติและแผนงานไว้ทั้งหมด

Advertisement