เมืองพัทยาจับมือโทรคมนาคมแห่งชาติ ทดลองติดตั้งเครื่องประตูสมาร์ทเกท รองรับมาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วยระบบ 5G บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายและเกาะล้าน

        จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในจังหวัดชลบุรี และอำเภอบางละมุง ที่พบว่ามียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติประกาศให้จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยมีมาตรการที่จะใช้กับกลุ่มสีแดงเข้ม ได้แก่ ต้องใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย, ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มมากกว่า 20 คน, งดการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม สุรา และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และเปิดให้บริการให้ซื้อกลับบ้านได้จนถึง 21.00 น., ปิดสนามกีฬา สถานที่ออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส, ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดได้ถึง 21.00 น., ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง เปิดได้ตั้งแต่ 04.00 น.ถึงไม่เกิน 23.00 น. รวมทั้งขอความร่วมมืองดการเดินทางออกนอกพื้นที่ นั้น
         ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ เมืองพัทยาได้ร่วมกับ โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ทดลองติดตั้งประตูสมาร์ทเกท ซึ่งเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิ และฟังก์ชั่นจดจำใบหน้า ในการคัดกรองประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะล้าน โดยการทำงานของประตูสมาร์ทเกท ทำงานผ่านระบบ 5G ตามนโยบาย NEO PATTAYA ของนายกเมืองพัทยา
          สำหรับการทำงานของเครื่องประตูสมาร์ทเกจจะมีการเก็บข้อมูลประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปเกาะล้าน พร้อมได้มีการเสริมระบบความปลอดภัยในการป้องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการแสกนวัดอุณหภูมิร่าง หากประชาชนและนักท่องเที่ยวรายใดมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงและไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เครื่องดังกล่าวจะไปเปิดประตูให้นักท่องเที่ยวและประชาชนผ่านลงไปยังท่าเทียบเรือได้

         ซึ่งการติดตั้งประตูสมาร์ทเกทที่ทำงานผ่านระบบ 5G นั้น เป็น 1 ในการทำ MOU ร่วมระหว่างเมืองพัทยาและโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ตามโครงการ 5G ของเมืองพัทยา
Advertisement