นายอำเภอบางละมุงเผย จับจริง ปรับจริง! ไม่สวมหน้ากากอนามัย ย้ำ! ออกนอกบ้านต้องใส่ทุกครั้ง ไม่อยากให้กฎหมายเป็นทางออกของสังคม เพียงขอความร่วมมือ

         จากกรณีที่ในหลายจังหวัด ศบค.ได้ออกมาตรการควบคุมกรณีการสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกจากเคหสถาน โดยหากฝ่าฝืนจะมีการกำหนดโทษปรับเอาไว้นั้น ล่าสุด นายวุฒิศักดิ์ สิงหเดโช นายอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า กรณีนี้เป็นคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ฉบับที่ 1/2564 ลงวันที่ 4 มกราคม 2564 ข้อ 11 ที่กำหนดไว้ว่าให้ประชาชนทุกคนในจังหวัดชลบุรี ต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งก่อนออกจากเคหสถาน หรือขณะอยู่นอกเคหสถาน หรือเมื่อต้องติดต่อกับบุคคลอื่น หรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณะ หรือสถานที่ใดๆ ที่ต้องติดต่อกับบุคคลอื่น ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยหากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามประกาศระเบียบคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับตามมาตรา 51 ฐานความผิดในการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
        ส่วนผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการกวดขันจับกุม คือผู้ที่อธิบดีกรมควบคุมโรคมอบหมาย ได้แก่ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากผู้ใดถูกจับเนื่องจากฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยหากผู้กระทำผิดยินยอมก็สามารถให้เปรียบเทียบปรับได้ทันทีโดยไม่ต้องขึ้นศาล แต่หากผู้กระทำผิดมีข้อโต้แย้งก็คงต้องใช้กระบวนการตามขั้นตอนของศาล ซึ่งจะเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท ส่วนจะปรับมากน้อยคงแล้วแต่เจตนาในการกระทำผิด โดยโทษครั้งที่ 1 ปรับ 6,000 บาท ครั้งที่ 2 ปรับ 12,000 บาท และครั้งที่ 3 ปรับ 20,000 บาท แต่ทั้งนี้สามารถปรับลดหย่อนได้ หากมีเหตุอันควรลดหย่อน
        นายอำเภอบางละมุง ชี้แจงอีกว่าเจตนาในการประกาศ คือ การป้องกันการติดต่อของโรคโควิด-19 จากบุคคลไปสู่บุคคล การอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในอาคาร หรือที่ต่างๆ จะต้องสวมหน้ากากอนามัยสำหรับกรณีที่อยู่ในรถส่วนตัว เมื่อมีบุคคลอื่นร่วมด้วยก็จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ไม่ยกเว้นแม้จะเป็นครอบครัวเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรคและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และกรณีนั่งคนเดียวจึงอนุโลมได้ว่าไม่ต้องใส่หน้ากาก
       แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ข้อกฎหมายก่อน แต่หากยังไม่ได้ผลดีคงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนมากกว่า ไม่อยากให้ใช้กฎหมายเป็นทางออกของสังคม

Advertisement