กลับมาอีกครั้ง! “เราชนะ เรารักกัน คนละครึ่ง เฟส 3” ผู้ประกอบการร้านค้าเตรียมยิ้ม หลังภาครัฐยืนยันเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในแพ็กเกจเดิม เผยโครงการเหล่านี้กระตุ้นยอดขายมากกว่า 40% ด้านประชาชนชี้เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบได้เป็นอย่างดี

          หลังจากที่ภายหลังการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพิ่มเติม โดยรัฐบาลยืนยันเดินหน้าโครงการช่วยเหลือประชาชนในแพ็กเกจเดิม อาทิ โครงการเราชนะ คนละครึ่ง ม.33 เรารักกัน หรือแม้แต่มาตรการใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นมา คือ เราผูกพัน ที่จะช่วยเหลือข้าราชการ อีกทั้งเตรียมมาตรการดึงเงินฝากที่มีอยู่ 5-6 แสนล้านบาท ออกมาใช้จ่าย ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณา และคาดว่าปลายเดือน พ.ค.จะดำเนินการเรียบร้อย และประกาศใช้ในเดือน มิ.ย.64 โดยยืนยันรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ช่วยเหลืออย่างเพียงพอ ทั้งนี้หลังจากที่มีการเคาะนโยบายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนออกมาแบบนี้ พบว่าทำให้พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงประชาชน ต่างเริ่มมีความหวังในการเดินหน้าต่อไปในช่วงวิกฤตโควิดระลอก 3 นี้
        นางปรีชยา ดวงแก้ว แม่ค้าขายชนมไทยรายหนึ่ง เปิดเผยว่า สำหรับโครงการต่างๆ ที่ภาครัฐออกมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อาทิ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ หรือโครงการเรารักกัน นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นยอดขายของเหล่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้าได้เป็นอย่างดี โดยในโครงการเราชนะ หรือเรารักกันนั้น พบว่าเป็นโครงการที่ภาครัฐออกมาดูแลประชาชนในเรื่องของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้การจับจ่ายซื้อสินค้าของลูกค้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับโครงการคนละครึ่งนั้นจะต้องใช้เงินของลูกค้าครึ่งหนึ่ง และภาครัฐออกให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งยอดขายก็จะไม่ดีเหมือน 2 โครงการล่าสุด โดยพบว่ามียอดรายได้เข้ามาเพิ่มขึ้นจากโครงการดังกล่าวถึงกว่า 30% และจากกระแสข่าวว่าภาครัฐจะออกมาตรการมาช่วยเหลือประชาชนกับการเคาะโครงการช่วยเหลือประชาชนออกมาในเฟส 3 แบบนี้ ก็คือว่าค่อนข้างดี และน่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีอีกโครงการหนึ่ง
         ขณะที่นางชาลี สีบานเย็น ผู้ประกอบการร้านเสื้อผ้า กล่าวว่า หลังจากที่ไวรัสโควิด-19 เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย ก็ส่งผลทำให้ธุรกิจขายเสื้อผ้าได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากทางร้านขายเสื้อผ้าประเภทตามเทศกาลที่สำคัญๆ แต่เนื่องจากหลังโควิดเล่นงาน ทำให้กิจกรรมหลายกิจกรรมไม่สามารถจัดได้ จึงส่งผลทำให้ยอดขายตกลงไปอย่างมาก เรียกว่าทุกเทศกาลแทบจะไม่คึกคัก แต่ก็โชคดีที่มีโครงการเรารักกัน และเราชนะเกิดขึ้น จึงทำให้เกิดการตัดสินใจในการซื้อเสื้อผ้าง่ายขึ้น ซึ่งเสื้อผ้าที่ร้านก็ขายราคาไม่แพงอยู่แล้ว ทำให้ทางร้านก็จะมียอดจากการขายให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น กว่า 30% เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์และมาใช้สิทธิ์กัน ซึ่งหลายคนตอนนี้ยอดเงินก็หมดแล้ว จึงทำให้ยอดขายตอนนี้ก็ไม่ดีเหมือนเดิม แต่พอภาครัฐบอกว่าจะเคาะโครงการช่วยเหลือประชาชนออกมาเป็นเฟส 3 ก็ใจชื้น และเตรียมลงเสื้อผ้าแบบใหม่ต้อนรับผู้ได้สิทธิ์ นอกจากนี้ในส่วนของร้านยังได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน เพียงนำบัตรประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ หลังได้ลงทะเบียนสำเร็จ ทางร้านก็ดำเนินการแนะนำแก่ผู้ที่ได้สิทธิ์ให้ได้ใช้สิทธิ์อย่างถูกต้องอีกด้วย
         ทางด้านนายวินัย พลับนิล ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์เราชนะ และคนละครึ่ง เผยว่า สำหรับโครงการเราชนะ ถือว่าตอบโจทย์ประชาชนที่ตกงานและได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถนำเงินที่ภาครัฐออกมาช่วยเหลือในการจับจ่ายซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคได้เลย โดยไม่ต้องมีเงินในบัญชี ทำให้การใช้จ่ายซื้อสินค้าทำได้ง่ายขึ้น ส่วนโครงการคนละครึ่งนั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่ตอบโจทย์ เพราะบางคนได้สิทธิ์คนละครึ่งก็ใช้ไม่หมด เนื่องจากไม่มีเงินในปัญชี เพราะการใช้เงินคนละครึ่งนั้น ภาครัฐออกครึ่ง และประชาชนออกครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าโครงการเรารักกัน หรือเราชนะ ก็น่าจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริง และก็ดีใจที่จะมีข่าวดีในเฟส 3 ออกมา เพราะตอนนี้ก็ถือว่าหลายคนก็ลำบากมาก จะค้าขายอะไรก็ไม่ได้เพราะไม่มีเงินลงทุน และไม่มีลูกค้า
         อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณา และคาดว่าปลายเดือน พ.ค.นี้จะดำเนินการเรียบร้อย และประกาศใช้ในเดือน มิ.ย.2564
Advertisement