ผู้ประกอบการสถานบันเทิงพัทยา น้อมรับชะตากรรม ปิดตามคำสั่ง ศบค. วอนภาครัฐเห็นใจ หามาตรการดูแลฟื้นฟูธุรกิจภาคกลางคืนหลังพ้นวิกฤตโควิดคลัสเตอร์ใหม่

        (9 เม.ย.64) จากกรณี ศบค.ใหญ่ ได้มีมติให้ปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และสถานอาบอบนวด 41 จังหวัด เป็นเวลา 14 วัน เพื่อตัดตอนการแพร่เชื้อในวงกว้าง ซึ่ง 1 ในนั้นมีจังหวัดชลบุรีรวมอยู่ด้วย เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.เป็นต้นไปนั้น
          ด้านเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งของสถานบันเทิงยามค่ำคืน ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถาม นายสมโภช (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ประกอบการสถานบันเทิงรายหนึ่งในเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ตนเองเปิดสถานบันเทิงขนาดกลางในเมืองพัทยามาหลายปีแล้ว มีธุรกิจอยู่จำนวน 2 กิจการ มีพนักงานร้านละ 40 คน หลังโควิดระลอกแรก ตนได้ปิดตัวไปทั้ง 2 กิจการ ทำให้พนักงานลูกจ้างต่างตกงานไปโดยปริยาย แต่หลังจากกลับมาเปิดได้สถานการณ์ก็ดีขึ้นแต่ยังถือว่าทรงตัว
         จนกระทั่งโควิดระลอกสอง ก็ต้องปิดกิจการอีกครั้ง ทำให้เกิดหนี้สินมากมาย ทั้งการแบกภาระค่าเช่า ค่าพนักงาน และค่าครองชีพส่วนตัว หลังจากทางภาครัฐได้อนุมัติให้เปิดได้อีกครั้ง ช่วงเดือน ก.พ.64 ตนกลับมาเปิดเพียง 1 กิจการ เนื่องจากแบกภาระหนี้สินไม่ไหว แต่กลับเปิดได้เพียงไม่ถึง 2 เดือน กลับมีโควิดคลัสเตอร์ใหม่ ทางผู้ประกอบการและพนักงานต่างเกิดความท้อแท้ รวมทั้งเกิดภาระหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยทางภาครัฐได้มีคำสั่งให้สถานบันเทิงหยุด 14 วัน ซึ่งตนในฐานะผู้ประกอบการ จึงจำต้องน้อมรับและปฏิบัติตามคำสั่งของภาครัฐ
          อย่างไรก็ตามยากฝากถึงภาครัฐ วอนเห็นใจผู้ประกอบการ และพนักงานในธุรกิจภาคกลางคืน ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับต้นๆ เมื่อภาครัฐมีคำสั่ง ทางเราก็น้อมรับปฏิบัติตาม แต่หากมีคำสั่งให้เปิดสถานบริการได้ในภายภาคหน้า อยากให้มีการสอบถามทำความเข้าใจกับผู้กลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิง หรือมีมาตรการเยียวยาบุคคลกลุ่มนี้ให้เหมาะสม และอีกเรื่องที่สำคัญคือเวลาเปิดปิดสถานบันเทิง อยากให้ทางภาครัฐปรับเวลาให้เหมาะสมกับสถานบริการ เพื่อให้ธุรกิจภาคกลางคืนอยู่รอดและกลับมาฟื้นฟูตนเองได้ ทำให้พนักงานและผู้ประกอบการพอมีรายได้ที่จะส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวต่อไป

Advertisement