นายกเมืองพัทยาเผยสถานการณ์โควิดในพื้นที่เมืองพัทยายังอยู่ในสถานะเดิม คือเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง สามารถมาท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการฯ ศบค. ยันจัดกิจกรรมสงกรานต์ตามประเพณี

          จากสถานการณ์โควิด19 ระลอกล่าสุดที่คลัสเตอร์มาจากสถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้พื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นนั้น
          ล่าสุดวันที่ 8 เม.ย.64 นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ ว่ายังคงเป็นพื้นที่สีเหลืองคือพื้นที่เฝ้าระวัง ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนสีแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าในวันนี้จะมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 40 ราย ทั้งจังหวัดชลบุรี และผู้ติดเชื้อสะสม 747 ราย สำหรับ อ.บางละมุง วันนี้มีผู้ติดเชื้อ 4 ราย ซึ่งได้ดำเนินการกักตัว และรักษาตามขั้นตอน ถือว่ายังอยู่ในความคุมของคณะกรรมการควบคุมโรคฯ โดยขณะนี้เมืองพัทยา-จังหวัดชลบุรี ยังคงอยู่ในสถานะเดิม คือเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ซึ่งใครที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา-จังหวัดชลบุรีก็มาได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ทางภาครัฐกำหนด โดยขอความร่วมมือให้ทุกท่านใส่แมสก์ ล้างเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง ตามมาตรการควบคุมโรคฯ
           ในด้านการท่องเที่ยว และสถานบันเทิงต่างๆ นั้น ยังคงเปิดบริการตามปกติ และปิดทำการตามเวลาที่ ศบค. กำหนด ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ก็ต้องดูว่า ทาง ศบค. และคณะกรรมการควบคุมโรคจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงอย่างใด โดยเมืองพัทยายังคงยืนยัน จัดกิจกรรมช่วงประเพณีสงกรานต์ตามปกติ คือ งานวันไหลนาเกลือ วันไหลพัทยา และงานกองข้าว ช่วงวันที่ 18-20 เม.ย. โดยให้อยู่ภายใต้มาตรการของ ศบค. ซึ่งจะจัดเฉพาะกิจกรรมทำบุญตามขนบประเพณี งดกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ อย่างเด็ดขาด
           ในส่วนของการท่องเที่ยวพักผ่อนของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในช่วงวันหยุดยาว ในวันที่ 10 – 15 เม.ย.นี้ การจองห้องพักยังไม่มีการยกเลิก ยังคงมาท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่ก็ต้องอยู่บนมาตรการของ ศบค. เพื่อให้ทุกท่านท่องเที่ยวกันอย่างปลอดภัย
          ส่วนในเรื่องของวัคซีนของเมืองพัทยานั้น ล็อตล่าสุดจะเข้ามาเพิ่มในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ตามที่รัฐบาลได้ชี้แจงว่า ประเทศได้โควต้าวัคซีนเพิ่มมากขึ้น และมาเร็วขึ้น ทำให้จะสามารถให้วัคซีนแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้เร็วขึ้นและทั่วถึง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ประเทศจะได้ให้วัคซีนแก่ประชาชนได้ครบถ้วนตามเป้าที่วางไว้คือสิ้นปีนี้ เพื่อที่จะทำให้ในปีหน้านั้นผู้ที่ฉีดวัคซีนมาแล้วสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว จะส่งผลให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวดีขึ้น

 

Advertisement