นายกเมืองแจงนโยบายคลุมป้ายเลี่ยงภาษีเป็นหนทางช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประกอบการ ระบุแม้ปิดกิจการแต่ยังตั้งป้ายโฆษณาจำต้องจัดเก็บ หากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายละเว้น ขณะที่แผนระยะยาวเตรียมชงเรื่องผ่อนผันถึงรัฐบาลออกมาตรการผ่อนผันช่วงโควิด-19

          จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบนโลกโซเชียลที่มีการนำผ้าใบมาคลุมปิดป้ายโฆษณาตามสถานประกอบการต่างๆ ที่ไม่ได้เปิดให้บริการในพื้นที่โครงการวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ จ.ชลบุรี โดยมีข้อความระบุตัดพ้อว่าเป็นการแจ้งจากเมืองพัทยาให้ดำเนินการเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมภาษีป้ายในขณะที่ปิดกิจการ ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤติการณ์โควิด-19 แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากว่าการกระทำดังกล่าวสร้างภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และภาครัฐควรให้นโยบายผ่อนผันแทนการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวจะดีกว่านั้น
         ล่าสุดนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่าสำหรับกรณีการจัดเก็บภาษีป้ายนั้นถือเป็นกฎหมายที่เมืองพัทยาต้องดำเนินการ แต่เมื่อพบว่าผู้ประกอบการมีปัญหาและปิดกิจการจากสถานการณ์โรคโควิด-19 จึงได้ให้นำผ้าใบมาปิดคุลมป้ายไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อผ่อนผันและช่วยเหลือ รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤตการณ์ดังกล่าว ซึ่งแม้ว่าจะดูไม่สวยงามไปบ้างแต่ทางผู้ประกอบการไม่ต้องแบกรับภาระภาษีในส่วนนี้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายของพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 ที่ได้ระบุไว้ในกฎหมายว่าถ้ายังไม่ประกอบกิจการแต่ยังมีป้ายโฆษณาให้เห็นอยู่ เจ้าหน้าที่ก็จะต้องทำการจัดเก็บภาษีตามหน้าที่ อีกทั้งการทำงานของข้าราชการก็มีหน่วยงานที่ค่อยตรวจสอบการทำงานด้วย จึงมีการขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการว่าหากหยุดประกอบกิจการและเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายก็ให้นำผ้ามาคลุมปิดป้ายโฆษณาไว้เพื่อให้เมืองพัทยาจะได้ผ่อนผันและละเว้นได้
         ทั้งนี้จากการรายงานของเจ้าหน้าที่สำนักการคลัง ทราบว่านอกจากจะมีหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่แล้วยังมีการสุ่มตรวจการจัดเก็บภาษีป้ายว่าเป็นไปตามระเบียบที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้เมืองพัทยาต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ด้วยเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่ต้องทำตามนโยบายที่กำหนดโดยส่วนกลาง โดยในเรื่องปัญหาของภาษีป้ายและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการนั้น เมืองพัทยาไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่จะทำเรื่องหารือกับทางส่วนกลางเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสม ให้เหมือนการประกาศการยกเว้นในเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่รัฐบาลได้ออกพระราชกฤษฎีกา ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 10% โดยขณะนี้ได้มีการหารือกับฝ่ายกฎหมายในทำเรื่องขอผ่อนผันการจัดเก็บภาษีป้ายเพื่อเสนอไปยังส่วนกลางว่าจะสามารถให้มีการลดการจัดเก็บหรือยกเว้นได้ในแนวทางใดบ้างในกรณีที่สถานประกอบการบางแห่งที่มีการปิดตัวลงจากสถานการณ์ในขณะนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบอีกทางหนึ่ง ขณะที่ในปัจจุบันในส่วนของผู้ประกอบการที่ยังไม่เปิดให้บริการก็ควรจะนำผ้ามาคลุมไว้เป็นการชั่วคราวก่อน เพราะหากไม่ดำเนินการเมืองพัทยาก็ต้องทำการจัดเก็บเพราะหากไม่ปฏิบัติก็จะเข้าข่ายละเว้น จึงเห็นว่าควรดำเนินการตามที่ชี้แจงจะเหมาะสมกว่าเพื่อลดภาระที่เกิดขึ้น จนกว่าการหารือและการหาแนวทางออกจะชัดเจนกว่านี้

           นายกเมืองพัทยาเปิดเผยต่ออีกว่า นอกจากปัญหาของภาษีป่ายแล้ว ในส่วนที่เป็นทรัพย์สินของเมืองพัทยา ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเช่าทำกิน อาทิ ตลาดสด ปัจจุบันก็ละเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ตามนโยบาย ลด ละเว้น ช่วยเหลือประชาชนในพัทยา ซึ่งยังคงดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง

Advertisement