รองผู้ว่าชลบุรีจัดประชุมด่วนทุกภาคส่วน เร่งสำรวจจำนวนประชากรจริง-แฝง บุคลากรทางการท่องเที่ยว พื้นที่บางละมุง-สัตหีบ เดดไลน์ 1 สัปดาห์ ก่อนเสนอบอร์ดกระทรวงท่องเที่ยวฯ ดันขอวัคซีนหวังฉีดให้ครบสัดส่วน 70% ก่อนเปิดประเทศตุลาคมนี้

         (24 มี.ค.64) ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับเมืองพัทยา องค์กรภาคธุรกิจการท่องเที่ยว สำนักงานสาธารณสุข และตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ หลังได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้จัดประชุมด่วนเพื่อหารือแนวทางการสำรวจจำนวนประชากรใน 2 พื้นที่หลัก เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐบาลในการขอจัดสรรวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 มาฉีดให้กับประชาชนและบุคลากรทางการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเปิดประเทศที่ภาครัฐหวังจะเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวยังจังหวัดชลบุรี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ในเร็ววันนี้ โดยมีเมืองพัทยาเป็น 1 ใน 5 เป้า หมายหลักของภาครัฐตามแผนและนโยบายดังกล่าว
        นายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับเมืองพัทยาและภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อหารือ รับฟังสภาพปัญหา และชี้แจงแนวนโยบายของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้มีแผนในการเตรียมเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวหลังสถานการณ์เชื้อโควิด-19 ส่งสัญญาณดีขึ้นตามลำดับ โดยประเด็นสำคัญคือรัฐจะต้องจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนและบุคลากรทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ 5 เมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ ซึ่ง 1 ในนั้นคือเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อฉีดวัคซีนให้ครบตามสัดส่วน 60-70% เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ดังนั้นประเด็นสำคัญที่มีการจัดประชุมครั้งนี้เนื่องด้วยทางผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เชื่อมโยง และอำเภอสัตหีบ เร่งดำเนินการสำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่อย่างเร่งด่วนก่อนจะนำเสนอไปยังกระทรวง และจะเสนอต่อไปยังรัฐบาลเพื่อจัดสรรวัคซีนตามสัดส่วนที่ต้องการและถูกต้อง มาฉีดให้กับประชากรและบุคลากรทางการท่องเที่ยว
         ทั้งนี้สาระสำคัญที่หน่วยงานต่างๆ รวมถึงผู้ประกอบการ และองค์กรภาคต่างๆ รวมถึงสำนักงานประกันสังคมต้องเร่งดำเนินการสำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 จำพวก ได้แก่ 1. จำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์ 2. คนไทยหรือแรงงานที่อยู่นอกเขตจังหวัดชลบุรี แต่ประกอบอาชีพในสถานประกอบการใน 2 พื้นที่ และ 3. ชาวต่างชาติ หรือแรงงานต่างด้าว ทั้งในส่วนของที่ได้รับใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงานฯ ที่เข้ามาประกอบอาชีพใน 2 พื้นที่หลัก โดยเสนอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อนำเสนอกระทรวงท่องเที่ยวฯ และภาครัฐในการจัดสรรวัคซีนต่อไป
          นายนริศ กล่าวต่อไปว่า จากการคาดการณ์จำนวนของประชากรทั้ง 3 รูปแบบ คาดว่าจะต้องมีการขอจัดสรรวัคซีนกว่า 1 ล้านโดส เพื่อนำมาฉีดให้กับประชากรและแรงงานให้ครบคนละ 2 โดสในสัดส่วน 60-70% แต่การดำเนินการดังกล่าวคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการฉีดวัคซีนเป็นเวลาพอสมควร เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์มีจำนวนจำกัด และคงจะสามารถฉีดวัคซีนได้วันละไม่กี่พันราย ซึ่งกรณีนี้ในส่วนของภาคธุรกิจระบุว่าเป็นกรณีที่น่าวิตก ด้วยหากมีการดำเนินการไม่แล้วเสร็จก่อนเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ก็อาจทำให้ทัวร์โอเปอร์เรเตอร์ และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ย้ายฐานการเดินทางไปยังภูมิภาคอื่นๆ ที่มีความพร้อมมากกว่า เนื่องจากการจับจองที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และการกำหนดเส้นทางการบินนั้นต้องดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนการบริหารจัดการ และหารูปแบบและวิธีการปฏิบัติที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อไป

Advertisement