นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชี้นโยบายกระทรวงท่องเที่ยวทำ Sandbox พื้นที่เมืองพัทยารับนักท่องเที่ยวอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ย้ำการฉีดวัคซีนในพื้นที่ครบ 70% ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวถือเป็นเรื่องสำคัญ

          นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยถึงมุมมองกรณีแนวนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการฯ เดินทางมาร่วมประชุมกับเมืองพัทยาและภาคธุรกิจในการวางกลยุทธ์และแผนการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ ที่ภาครัฐมีแผนในการส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้นตามลำดับ จนมีแผนในการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวในเร็ววันนี้ว่าสำหรับการผลักดันให้เมืองพัทยาและเทศบาลใกล้เคียงเป็นพื้นที่ Sandbox ตามการนำร่องของจังหวัดภูเก็ต หากมีเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น ส่วนตัวมองว่าการจัดทำให้เมืองพัทยาเป็นพื้นที่ Sandbox นั้นคงต้องดูรายละเอียดด้วยว่าเมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แต่เดิมจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นเป้าหมายหลัก หรือในสัดส่วนกว่า 70% แต่หลังจากที่มีการปิดประเทศจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ต่างขาดหายไปจนมีตัวเลขเป็นศูนย์ จึงจำเป็นต้องมีการส่งเสริมการเดินทางภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งก็พบว่าที่ผ่านมาเมืองพัทยามีตัวเลขของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ของเกาะล้าน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนในช่วงวันหยุดนั้นพบว่ามีสัดส่วนและสถิติการเดินทางมากกว่า 1 หมื่นคนต่อวันในช่วงวันหยุด และวันนักขัตฤกษ์ ส่งผลให้การท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะล้านคึกคักเป็นอย่างมาก
         ดังนั้นหากจะผลักดันให้มีการจัดมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการทำ Sandbox ในพื้นที่เมืองพัทยา ก็ต้องยอมรับด้วยว่าบางธุรกิจที่รับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลักก็จะทำให้ธุรกิจนั้นสามารถเดินหน้าไปได้ แต่อีกแง่มุมหนึ่งในส่วนของภาคธุรกิจที่รับนักท่องเที่ยวชาวไทยการเป็นหลัก การจัดทำพื้นที่ Sandbox อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เคยเป็นตัวเลือกในการแก้วิกฤตด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาขาดหายไป ด้วยการจัดทำพื้นที่ Sandbox อาจไปสร้างความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของการติดเชื้อในกลุ่มนัก ท่องเที่ยวภายในประเทศ แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้จะมีการฉีดวัคซีนมาครบ 2 โดสตามที่กำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่าการฉีดวัคซีนครบจะไม่เป็นพาหะในการแพร่เชื้อ ดังนั้นส่วนตัวแล้วจึงมองว่าการจัดทำพื้นที่ Sandbox ของเมืองพัทยาอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่มองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาน่าจะเป็นกรณีของการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 มากกว่า ทั้งนี้หากส่งที่นำเสนอไปยังภาครัฐคือการขอวัคซีนจำนวน 1 ล้านโดส เพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชน บุคลากรในภาคธุรกิจที่ประกอบอาชีพในเมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงแล้วจนครอบคลุมสัดส่วน 70% เมื่อไหร่ ก็น่าจะสามารถทำให้มีการเปิดพื้นที่เมืองพัทยาเพื่อรับนักท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องจัดให้เป็นพื้นที่ Sandbox และไม่ต้องมีการกักตัวนักท่องเที่ยวเหมือนเมืองท่องเที่ยวในหลายประเทศ เพียงแต่ยังคงต้องเข้มในมาตรการของ ศบค.ในการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ที่ยังคงต้องเคร่งครัดควบคู่กันไป
          นายบุญอนันต์ กล่าวต่อไปอีกว่าสำหรับการฉีดวัคซีนนั้นเบื้องต้นได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขว่าหากได้รับวัคซีนโควิดมาตามที่ร้องขอ ก็คงจะต้องใช้ระยะเวลาในการฉีดค่อนข้างกินเวลานาน ด้วยบุคคลากรอาจไม่เพียงพอต่อการฉีดวัคซีนกับจำนวนประชากรให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนนี้ภาคเอกชนมองว่าขั้นตอนกระบวนการทุกอย่างไม่น่าจะเสร็จทันในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2564 ขณะที่เดือนตุลาคมก็จะเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวแล้ว เรื่องนี้เป็นสาระสำคัญเพราะบริษัททัวร์และเที่ยวบินต่างๆ หากไม่มีความมั่นใจในการฉีดวัคซีนให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ก็อาจจะย้ายไปยังจุดหมายปลายทางอื่นแทน ซึ่งจะทำให้เมืองพัทยาเสียโอกาสและคงจะต้องรอนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ใหม่ในฤดูกาลท่องเที่ยวหน้า หรือในช่วงเดือนตุลาคมของปี 2565 เลยทีเดียว ทั้งนี้ในระหว่างรอวัคซีนที่ภาครัฐจะจัดสรรให้ก็ควรจะมีการดำเนินการในการวางแผนการจัดกำลังบุคลากรควบคู่กันไป ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการการฉีดวัคซีนได้ทันระยะเวลาที่กำหนด

Advertisement