ท่องเที่ยวพัทยาเริ่มกระเตื้อง ภาคธุรกิจเผยวันหยุดตลาดในประเทศโตกว่า 30% เร่งรัฐฉีดวัคซีนประชากรให้ครบสัดส่วน 70% ก่อนเปิดท่องเที่ยวเสรีสำหรับนักท่องเที่ยวที่มี “วัคซีนพาสปอร์ต” หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่เอกชนยินดีจัดซื้อวัคซีนแบ่งเบาภาระ

         นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ที่ปรึกษาสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในขณะนี้ว่าหากจะเปรียบเทียบจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้กับปีที่แล้ว พบว่ายอดจำนวนตัวเลขของนักท่องเที่ยวใกล้เคียงกัน ด้วยช่วงเวลานี้เริ่มมีการผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้เมื่อสังเกตภาพรวมของการท่องเที่ยวจากสัปดาห์ที่ผ่านมาจะพบเห็นนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนกันที่บริเวณชายหาดกันมากขึ้น ทั้งในส่วนของชายหาดพัทยาและชายหาดจอมเทียน ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ขณะที่ในส่วนของสถานประกอบการโรงแรมนั้นก็พบว่ามีจำนวนยอดนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจองเพื่อพักผ่อนเพิ่มขึ้นบ้าง ในส่วนของตลาดภายในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 30-40% เพียงแต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเลือกพักในโรงแรงระดับ 5 ดาวเป็นหลัก เพราะปัจจุบันมีการปรับลดราคาลงมาเท่ากับโรงแรมขนาด 4 ดาว ส่วนโรงแรมขนาด 3 ดาวก็ได้รับผลกระทบที่ต้องปรับลดราคาลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังถือว่าโดยรวมสถานการณ์การเข้าพักโรงแรมเริ่มดีขึ้น
         นายสินธ์ไชย กล่าวต่อไปว่าสำหรับนโยบายผ่อนปรนของรัฐบาลที่จะมีการเปิดเป็น Aria Hotel Quarantine หรือ AHQ สำหรับ 5 จังหวัดท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามา จะต้องได้รับการตรวจเชื้อโรคก่อน จากนั้นก็จะส่งไปกักตัวในห้องพักที่โรงแรมจำนวน 3 วัน ก่อนจะอนุญาตให้ออกจากห้อง เพื่อพักผ่อน หรือทำกิจกรรมได้ แต่ต้องอยู่ภายในโรงแรมอีกจนครบ 15 วัน ซึ่งระหว่างนี้ก็จะมีการตรวจหาเชื้ออย่างสม่ำเสมอ

        โดยหากตรวจแล้วไม่พบว่ามีปัญหาใดๆ ก็จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวภายในประเทศไทยได้ ซึ่งโครงการนี้ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในระดับหนึ่ง แทนที่จะต้องมากักตัวอยู่แต่ภายในห้องจำนวน 14 วันเหมือนในอดีต
          ​อย่างไรก็ตาม มาตรการผ่อนปรนนี้คงจะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นกลุ่มที่ไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งถ้ามองกันจริงๆ ถ้าต้องการให้ได้นักท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิม คงต้องเปิดประเทศแบบเสรี เพียงแต่นักท่องเที่ยวต้องมี “วัคซีนพาสปอร์ต” หรือได้รับฉีดวัคซีนมาครบแล้ว 2 โดส ก่อนจะอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในประเทศได้ แต่สิ่งสำคัญรัฐบาลต้องเร่งฉีดวัคซีนให้คนในประเทศไทยได้ครอบคลุมประชากรในสัดส่วน 70%

          ซึ่งกรณีนี้ภาคเอกชนเองเคยนำเสนอไปยังภาครัฐว่ายินดีจะจัดซื้อวัคซีนเพื่อให้มาฉีดให้กับบุคลากรทางการท่องเที่ยวได้บางส่วนหากราคาไม่สูงมากนัก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือภาครัฐ เพราะคิดว่าการที่จะพึ่งภาครัฐแต่อย่างเดียวคงไม่ทันต่อเวลาแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องที่รอการพิจารณาต่อไป

Advertisement