รองผู้การชลบุรี ลุยตรวจคลับพัทยาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เน้นย้ำผู้ประกอบการต้องปิดตามเวลา หากพบฝ่าฝืนดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

          จากกรณีที่กำลัง จนท.ตำรวจ สภ.เมืองพัทยาเข้าตรวจสอบจับกุมสถานบันเทิงแห่งหนึ่งภายในซอยกอไผ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังตรวจพบว่าปล่อยปละละเลยเปิดให้บริการเกินเวลาและปล่อยให้นักเที่ยวกว่า 70 คนเข้าไปมั่วสุม ถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุนเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 19 ก.พ.64 ที่ผ่านมานั้น
          ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.63 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.พิศิษฏ์ พูลทรัพย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.สุรเดช นามโยธา รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา ได้เดินทางไปตรวจสอบร้าน แอดไทม์ พัทยา ภายในซอยกอไผ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
         พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ ศบค. และจังหวัดชลบุรี มีคำสั่งผ่อนปรนให้สถานบริการคล้ายสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ เปิดบริการได้ไม่เกิน 5 ทุ่ม ของทุกวัน โดยทาง สภ.เมืองพัทยา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจตราตามสถานบริการต่างๆ ทั่วพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งกรณีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้ออกตรวจตามปกติ และพบว่าสถานบันเทิงดังกล่าวยังคงเปิดบริการอยู่ ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงนำกำลังเจ้าตรวจค้น จนพบนักเที่ยวชายหญิงกว่า 70 ราย กำลังดื่มเต้นสังสรรค์กันอย่างเมามันส์ เจ้าหน้าที่จึงทำการควบตัวทั้งหมด พร้อมพนักงานและเจ้าของร้าน มาสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองพัทยา
          จากการตรวจสอบภายในร้านไม่พบ ยาเสพติด และสิ่งผิดกฏหมายอื่นๆ เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค และคำสั่งจังหวัดชลบุรี สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วนเจ้าของร้านได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายสุราและบุหรี่โดยไม่รับอนุญาต ซึ่งวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปส่งอัยการจังหวัดพัทยาเพื่อส่งฟ้องตามขั้นตอนกฏหมาย
          นอกจากนี้ยังทำเรื่องเสนอต่ออำเภอบางละมุงเพื่อพิจารณาสั่งปิดสถานบริการ พร้อมทั้งประสานทางเมืองพัทยาให้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่มาของการขออนุญาตก่อสร้างสถานที่ดังกล่าว ว่ามีการขออนุญาตการก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ อย่างไร
ทั้งนี้ กรณีที่มีเพจโซเชียลลงข่าวว่า ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันผู้สื่อข่าวไม่ให้บันทึกภาพ อาจจะเป็นการสื่อสารผิดพลาดและเข้าใจผิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าผู้สื่อข่าวอาจจะกระทบกระทั่งกับนักเที่ยวที่มึนเมาสุรา จึงให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพตามสมควร และขอให้ออกไปด้านนอก เพื่อความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวเอง ไม่ได้เป็นการปกปิดแต่อย่างใด
           อย่างไรก็ตาม อยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ประกอบการว่าขอให้ปิดบริการตามเวลาที่กฏหมายกำหนด หากพบมีการฝ่าฝืนอีก จะทำการจับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าร้านใด