คืบหน้า! คดีผู้ช่วยผู้จัดการแบงค์ดังตุ๋นเงินเหยื่อไทย-ต่างชาตินับสิบราย อัยการจังหวัดพัทยา เร่งสำนวนสอบสวนกว่า 30 คดี

          วันนี้ (16 ก.พ.64) ที่สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีกลุ่มผู้เสียหายทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติร่วม 30 ราย เดินทางเข้าพบนายศักดา คล้ายร่มไทร อัยการจังหวัดพัทยา เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกนายชัยสิทธิ์ ทรัพย์เพิ่มพูน ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารชื่อดังในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลอกใช้สมุดบัญชีเก่าโชว์อัพบัญชีเหยื่อจนหลงเชื่อ ขณะที่หลายรายถูกลวงให้ลงทุนซื้อธนบัตรกองทุนก่อนสับเปลี่ยนเงินในบัญชี และเชิดเงินไป ซึ่งมีผู้เสียหายที่สูญเงินไปร่วมนับร้อยล้าน โดยมี พ.ต.อ.พิศิษฏ์ พูลทรัพย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เข้าร่วมรับฟังและสอบสวน
           สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าว มีลูกค้าของธนาคารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา ได้นำเงินส่วนตัวหรือธุรกรรมในนามบริษัทฯ เข้าบัญชีของธนาคารพานิชย์ชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยมีนายชัยสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารรายนี้รับเป็นผู้ดำเนินการให้ ทั้งการเบิก-ถอน ปรับสมุด ซึ่งก็เหมือนกับการฝาก-ถอน-โอน ตามปกติที่ทำกับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่น่าเชื่อถือ โดยพบว่ามีชาวต่างชาติหลายรายที่ดำเนินการผ่านบุคคลดังกล่าว กระทั่งต่อมาผู้เสียหายบางรายได้นำสมุดบัญชีไปตรวจสอบเช็คยอดบัญชีในสาขาอื่นจึงทราบว่าเงินในบัญชีธนาคารนั้นไม่มีตามที่แจ้งให้สมุด มิหนำซ้ำยังได้รับแจ้งจากธนาคารว่าสมุดบัญชี ใบฝากหรือใบโอนทั้งหมดนั้นเป็นเอกสารที่ธนาคารยกเลิกไม่ได้ใช้การแล้ว และได้สั่งให้นายชัยสิทธิ์ไปเผาทำลาย แต่กลับนำมาใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ ทั้งๆ ที่ไม่มีเงินในบัญชีตามตัวเลขในบัญชีเหลือแล้วแต่อย่างใด
           ขณะที่บางรายยังถูกผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารคนเดียวกันนี้หลอกให้ร่วมลงทุนในการซื้อธนบัตรต่างประเทศเพื่อเก็งกำไร รวมทั้งกองทุนต่างๆ โดยแจ้งว่าจะได้ค่าตอบแทนหรือดอกเบี้ยสูง ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่เห็นว่าบุคคลดังกล่าวเป็นถึงผู้ช่วยผู้จัดการธนาคาร และก็ทำงานในธนาคาร จึงตัดสินใจร่วมลงทุน ก่อนจะมาสูญเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายทั้งหมดรวมแล้วนับร้อยล้านบาท
          ด้านนายศักดา คล้ายร่มไทร อัยการจังหวัดพัทยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นขณะนี้นายชัยสิทธิ์ได้ถูกทางธนาคารฯ ต้นสังกัดแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ ได้แก่ สมุดบัญชีและใบสำคัญทางการเงินต่างๆ และถูกจับกุมนำตัวมาฝากขังไว้แล้วที่เรือนจำพิเศษพัทยา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้งดการประกันตัวเพื่อป้องกันการยักยอกถ่ายเททรัพย์สินที่อาจจะต้องมีการสืบสวนและส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ง.ในคดีฟอกเงิน เพราะมีการหลอกลวงเหยื่อไปเป็นเงินจำนวนนับร้อยล้านบาท จึงคาดว่าจะมีการนำทรัพย์ไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ ที่อาจต้องมีการตรวจยึดเพื่อนำมาชดใช้และเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย
           ส่วนที่เชิญผู้เสียหายทั้งหมดมาในวันนี้คงเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ เพราะคดีที่เกิดขึ้นมีหลายประเภท ทั้งเรื่องการฝากถอน การใช้สมุดบัญชีปลอม เรื่องการลงทุน หรือเช็คค้ำประกันต่างๆ ที่คงจะต้องแยกกลุ่มเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของสำนวนที่มีมากกว่า 30 คดี รวมทั้งการทำงานของพนักงานสอบสวนด้วยที่ทางอัยการจะเข้าไปกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความกระชับ รวดเร็ว และสามารถดำเนินการส่งฟ้องได้ทันที ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานนัก ในส่วนของผู้เสียหายนั้นขณะนี้กำลังประสานงานกับทางธนาคารต้นสังกัดว่าจะมีวิธีเยียวยาเบื้องต้นอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างผู้ป่วยติดเตียงที่จำเป็นต้องใช้เงินในการผ่าตัด นอกจากนี้ยังคงต้องมาดูกันด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะธนาคารฯ มีความประมาทเลินเล่อหรือไม่ด้วย แต่จากนี้จะได้แยกกลุ่มผู้เสียหายและแจ้งให้ทางธนาคารทราบ รวมทั้งเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนทำงานอย่างรัดกุม เร่งด่วน เพื่อทำการส่งฟ้องต่อไป