อดีตประธานก่อตั้งแท็กซี่พัทยาพลิกชีวิตผันตัวเองเป็นชาวสวนปลูกเมล่อน หลังโดนพิษเศรษฐกิจโควิด-19 อย่างหนัก ปรากฎว่ารายได้ดี สินค้าที่มีไม่พอขาย

          (19 ม.ค.64) นายวิเชียร เหลืองอร่าม อดีตประธานกรรมการก่อตั้งแท็กซี่ พัฒนาบ่อทอง จำกัด ผู้คร่ำหวอดวงการรถโดยสารแท็กซี่มากว่า 9 ปี ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเคยมีรถแท็กซี่ จำนวน 4 คัน คันละ 950,000 บาท ตนขับเอง 1 คัน และปล่อยให้คนเช่าขับอีก 3 คัน มีรายได้ต่อวัน 4,000 บาท หรือเดือนละ 120,000 บาท ตนเป็นคนชอบทำสวนผลไม้ จึงไปเรียนรู้วิธีการทำสวนที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อปลูกองุ่นเป็นรายได้เสริม แต่ในภายหลังในปี 2563 กลับเจอวิกฤตโควิด-19 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพแท็กซี่อย่างหนัก เมืองพัทยาไม่มีนักท่องเที่ยว รายได้สูญหายวับไปกับตา ประกอบกับอายุของตนเองที่มากขึ้น สายตาเริ่มฝ้าฟาง ทำให้ต้องขายรถแท็กซี่ออกไป จำนวน 3 คัน เพื่อความอยู่รอด และจากสวนผลไม้ที่เป็นอาชีพเสริมจึงกลายเป็นอาชีพหลักในทันที
          ทั้งนี้ทำเลที่ตั้งของสวนผลไม้ดังกล่าวตั้งอยู่ที่ซอยจันทร์เพ็ญ หรือซอยมาบบอน 5/2 หมู่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าไป 100 เมตร ขวามือก็จะพบกับสวนองุ่น และโรงเรือนแบบปิด ขนาด 9x13x3 เมตร ที่ล้อมรอบด้วยตาข่ายกันแมลงแบบมิดชิดสีขาว ซึ่งเป็นโรงเรือนเพาะปลูกเมล่อนสายพันธุ์ไข่ทองคำ เป็นสายพันธุ์ไทยของเทพมงคลฟาร์ม ไม่ใช้สารเคมีในการปลูก ซึ่งนายวิเชียรบอกว่าการเพาะปลูกเมล่อนได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เป็นที่น่าพอใจ และจะพัฒนาให้ดีกว่านี้ยิ่งๆ ขึ้นไป
          ในส่วนการตลาด และการขายเมล่อนสายพันธุ์ไข่ทองคำนั้น จะขายผ่านทางเพจเฟสบุ๊ค “สวนงุ่นเหมือนฝัน By พี่ใหญ่” ขายทางโทรศัพท์ที่เบอร์ (ไอดีไลน์) 092-563-9193 ขายทางไปรษณีย์ และขายคนรู้ที่จัก ซึ่งจะสังเกตุได้ว่าเมล่อนแต่ละลูก จะมีชื่อคนที่สั่งจองลูกนั้นๆ เขียนไว้บนใบเมล่อนจำนวนมาก
           นอกจากนี้ นายวิเชียร เหลืองอร่าม อดีตประธานกรรมการก่อตั้งแท็กซี่ พัฒนาบ่อทอง จำกัด ได้ให้แนวคิดการใช้ชีวิตไว้ว่า “เราควรต้องตระหนักถึงตัวเองตลอดว่าเราอายุมากขึ้น งานที่ทำอยู่เป็นการพึ่งพานักท่องเที่ยวเป็นหลัก ควรหาอาชีพเสริมเพื่อความมั่นคง หากวันนึงเราแก่แล้วสายตาไม่ดีแล้ว เราอาจจะมาปลูกผัก ปลูกผลไม้ไว้ทานเอง”