เจ้าของร้านคิงซีฟู๊ดพัทยาเปิดใจหลังโพสต์ปิดกิจการต้านพิษโควิด-19 ระลอกสองไม่ไหว รู้สึกเสียใจมาก

เจ้าของร้านคิงซีฟู๊ดพัทยาเปิดใจหลังโพสต์ปิดกิจการต้านพิษโควิด-19 ระลอกสองไม่ไหว รู้สึกเสียใจมาก
จากกรณีที่เพจร้าน KING SEAFOOD ตั้งอยู่ภายในถนนวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ได้โพสต์ปิดร้าน ประกาศปิดร้าน เพราะโควิด และเพราะเจ้าหน้าที่คอรัปชั่น Close due to Covid and Corrupt government ระบุอีกว่า เรียนลูกค้าที่รักทุกท่านครับ ประกาศปิดร้าน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ทางเราขอยอมแพ้แล้วครับ เราสู้ไม่ไหวแล้ว เอาจริงๆตั้งแต่กลับมาเปิดได้เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเราก็แบกภาระขาดทุนมาโดยตลอด แต่ช่วงนั้นเรามีความหวังที่ว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังเอาไว้ รอบนี้เราหมดแล้วจริงๆ ทั้งกำลังกายและกำลังใจ


เจ็บ ที่ หนึ่ง หากคนในพื้นที่พัทยา ยังพอจำได้ ในช่วงของการล็อกดาวน์ครั้งแรกนั้น ร้านเราทำอาหารกล่องแจกพื่น้องคนพัทยา ยาวนานถึงสองเดือน แจกไปไม่ต่ำกว่า 30,000 กล่อง ช่วงนั้นเราได้รับเสียงชื่นชมและสรรเสริญจากหลายๆฝ่าย หลายคนบอกกับเราว่า กลับมาเปิดจะมาอุดหนุน อยากสนับสนุนธุรกิจที่ช่วยเหลือสังคม แต่สุดท้ายแล้วคนที่เคยสัญญาว่าจะมาเยี่ยมเราอุดหนุนเราก็ไม่เคยมา ด้วยหลายเหตุหลายปัจจัย บางคนอ้างว่าไม่มีที่จอดรถ บางคนไม่อยากมาในพื้นที่อบายมุขอย่างถนน Walking Street บางคนบอกว่าเราขายแพงกว่าร้านข้างนอกเมือง แต่เราก็อดทน ทำทุกอย่างปรับปรุงทุกอย่างตามสภาพและกำลังที่เราจะทำได้
เจ็บที่สอง ความผิดรอบนี้มาจากการทุจริต ของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะกรณีแรงงานข้ามชาติหรือกรณีบ่อน แต่รัฐกลับโยนความรับผิดชอบและภาระมาให้ภาคเอกชน คำสั่งปิดก่อนวันปีใหม่สร้างความเสียหายแก่เรามาก ลูกค้ายกเลิกการจองทั้งหมด หากมีการจัดงานปีใหม่ตามปกติ เราคงมีกำลังใจและทุนที่จะสู้ต่อ แต่ความเสียหายระดับนั้น ณ เวลานี้มันทำให้เราไม่มีทางเลือกนอกจากปิดร้าน โดยทางรัฐก็ไม่เคยมีแผนการเยียวยาผู้ประกอบการและพนักงานที่จะได้รับผลกะทบใดๆเลย


เหนื่อยแล้วครับ ท้อแล้ว อยู่บ้านนี้เมืองนี้ ทำถูกต้อง ทำดีเสียสละ ไม่เคยได้ดี รอบนี้ไม่ขอกำลังใจจาก คำว่า “สู้ๆ” แล้วนะครับ เพราะหนึ่งปีที่ผ่านมาเราสู้มาทุกรูปแบบแล้ว เราทำเต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรที่เราเสียใจว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอ วันนี้เราขอก้มหน้ารับชะตากรรม เป็นผู้แพ้แบบหมดทางสู้ ตอนนี้บอกตรงๆครับยังคิดไม่ออกว่า อนาคตจะไปทางไหน แต่ ณ เวลานี้ ขอปิดร้าน จนกว่าจะมีอะไรดีขึ้นครับ ขอขอบคุณทุกกำลังใจในรอบปีที่ผ่านมาครับ ถึงจะน้อยนิดแต่เราจะไม่มีวันลืมลูกค้าทุกๆ ท่านที่อุดหนุนเราในยามที่เราลำบาก ป.ล. สำหรับลุกค้าท่านใดที่ยังอยากจะช่วยอุดหนุน สั่งซอส xo จากเรา เรายังมีขายครับ เราก็หวังว่า การล็อกดาวน์รอบนี้ จะยังพอมีลูกค้าสั่งซอสพอที่จะให้เรารักษาพนักงานไว้บางส่วนได้
ล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 4 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นางเปรมฤดี จิตติวุฒิการ อายุ 67 ปี ผู้บริหารร้านคิงซีฟู๊ด ได้เปิดเผยว่า ที่โพสต์เป็นความอัดอั้นของลูกชาย คือจริงๆ ก็ต้องปิดอยู่แล้วเพราะไม่มีลูกค่า ที่โพสต์ก็เพราะมีลูกค้าที่อยู่ทั้งต่างจังหวัด และต่างประเทศ ซึ่งก่อนจะปิดตัวก็เริ่มจะกระเตื่องขึ้นมา คล้ายกับเพิ่งถอดอ๊อกซิเจนออก พอที่จะหายใจสะดวก ก็พอประคับประคองไปได้ และสบายใจในจุดนี้คือได้เลี้ยงดูลูกน้อง ในส่วนของการแพร่ระบาดนั้นมันใช่ความผิดเรา เป็นสิ่งที่หน่วยงานของรัฐหละหลวมเล็กน้อยในการปฏิบัติหน้าที่ สุดท้ายก็เป็นจริงๆ และยังมีของแถมเป็นบ่อนเพิ่มขึ้นมาอีก
ซึ่งต่อจากนี้ก็ต้องตามเวรตามกรรม นอกจากนี้ยังฝากถึงผู้ประกอบการรายอื่นที่อาจจะแย่กว่าเรา ยิ่งแรงงานชาวอีสานค่อนข้างสาหัส ก็ขอฝากว่าก่อนหน้านี้ประเทศไทยก็เคยเจอสถานการณ์ยิ่งกว่านี้ก็ยังผ่านไปได้ เราต้องเอาเรื่องราวร้ายๆ มาปลอบใจเขาเพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจสู้กันต่อไป
นอกจากนี้หลังจากทางร้านคิงซีฟู๊ดได้มีการประกาศปิดก็ได้มีกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติต่างเข้ามาคอมเม้นท์ใต้โพสต์ให้กำลังกันเป็นจำนวนมาก

Advertisement