โผล่อีก 2 ราย..พัทยา-อ่างศิลา ลูกจ้างส่งอาหารทะเลไปพื้นที่เสี่ยงสมุทรสาคร พบผลตรวจรอบแรกโควิด-19 เป็นบวก รอยืนยันผลรอบ 2 กรมวิทย์ฯ ด้านเมืองพัทยาประชุมด่วนศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคเตรียมความพร้อมตั้งรับสถานการณ์เข้มข้น สั่งระงับทุกกิจกรรมป้องกันการแพร่ระบาด

        (23 ธ.ค.63) นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา เรียกประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคเมืองพัทยา (ศปก.เมืองพัทยา) เพื่อร่วมหารือในการติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าในการติดตามเฝ้าระวังและแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังเกิดสถานการณ์การติดเชื้อในพื้นที่ตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร จนมีผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าจำนวนกว่าพันรายและมีการขยายวงกว้างไปยังกลุ่มผู้ซื้อที่เดินทางไปจับจ่ายที่ตลาด จนลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ อีก 20 กว่าจังหวัดในพื้นที่เชื่อมโยง
           นายมาโนช กล่าวว่า หลังจากที่พื้นที่ของจังหวัดชลบุรีปลอดผู้ติดเชื้อมานานกว่า 5 เดือน แต่หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งนับว่ามีการแพร่กระจายของเชื้อรุนแรง ก็พบว่ามีการขยายวงของผู้ที่เดินทางไปและกลับทั้งในส่วนของแรงงานและผู้ซื้อ-ขายสินค้าในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยล่าสุดจากการแถลงของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีระบุว่าในพื้นที่พบมีผู้ติดเชื้อเป็นหญิงอายุ 19 ปี สัญชาติกัมพูชา ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาจาก จ.สมุทรสาคร ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 1 ราย นอกจากนี้จากการลงพื้นที่ของเมืองพัทยาร่วมกับอำเภอบางละมุงก็พบลูกจ้างร้านอาหารทะเลในตลาดสดลานโพธิ์ 2 รายและผู้ใกล้ชิดอีก 2 รายที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งได้ส่งตัวไปตรวจและสืบสวนโรคแล้ว
          ล่าสุดพบว่ายังมีผู้ที่เข้าข่ายเฝ้าระวังอีก 2 ราย เป็นลูกจ้างชาวไทยที่มีอาชีพรับส่งอาหารทะเลในพื้นที่ตำบลอ่างศิลา และเขตจอมเทียน เมืองพัทยา ที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งผลจากการตรวจรอบแรกจากแลป พบมีผลการตรวจเป็นบวก ซึ่งขณะนี้กำลังส่งไปตรวจหาเชื้อรอบที่ 2 ยังกรมวิทย์ฯ ซึ่งหากพบว่ามีผลเป็นบวกและติดเชื้อแน่นอน เมืองพัทยาคงต้องร่วมกับสาธารณสุขในการสืบสวนโรค และดูไทม์ไลน์ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อสืบหาผู้ใกล้ชิดและผู้ที่เฝ้าระวังมาดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรวดเร็วและรัดกุม ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องมีมาตรการอย่างเข้มข้น
            นายมาโนช กล่าวต่อไปว่าอย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมืองพัทยาได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคเมืองพัทยา (ศปก.เมืองพัทยา) และเตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างเต็มที่ อาทิ การสั่งระงับการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนทั้งหมด ขณะที่กิจกรรมภายในก็ต้องมีการประสานหรือแจ้งรายละเอียดของการจัดงานและมาตรการป้องกันมายังเมืองพัทยาเพื่อพิจารณาด้วย เพราะหากไปดำเนินการเองและเกิดปัญหาขึ้นก็จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งมีทั้งโทษจำและปรับ นอกจากนี้ยังมีการจัดชุดควบคุมโรคลงพื้นที่เพื่อตรวจหา สืบสวนโรค เฝ้าระวัง และป้องกันอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่กลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายหลักไว้ในพื้นที่จำนวน 15 แห่ง รวมทั้งมีการจัดเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องของสถานที่ตรวจรักษา สถานที่กักตัว และบุคลากรทางการแพทย์ไว้อย่างพร้อมเพรียง

              ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ครั้งนี้ดูแล้วน่าจะรุนแรงกว่ากรณีที่เกิดขึ้นในช่วงแรก จึงต้องมีการติดตามและป้องกัน รวมทั้งการประชาสัมพันธ์กับประชาชนและสถานประกอบการอย่างเข้มข้นนับจากนี้