จัดตำรวจ 1.2 แสนนาย เฝ้าระวังการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่พบซุ้มมือปืนเคลื่อนไหว

จัดตำรวจ 1.2 แสนนาย เฝ้าระวังการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่พบซุ้มมือปืนเคลื่อนไหว
.
วันที่ 18 ธันวาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม เพื่อตรวจสอบความพร้อมการรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม นี้
.
ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. มีการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านการข่าวและการสืบสวนสอบสวนกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีที่อาจก่อเหตุสร้างสถานการณ์ และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่มิให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างผู้สมัคร เกิดเหตุประทุษร้ายชีวิตหรือร่างกายต่างๆ
.
2.ออกตรวจตรา สอดส่องป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดกฎหมายในช่วงโค้งสุดท้ายตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ.ศ. 2562 และตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น การทำลายป้ายผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาคและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประสานการปฏิบัติและบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับจังหวัดที่มีการแข่งขันสูงอย่างใกล้ชิด
.
3.อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะการจัดการจราจรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
.
4.การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้ง ชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อการเข้าระงับเหตุ การรักษาความปลอดภัยในการขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 5. สนับสนุนการปฏิบัติตามที่ กกต. และ กกต.จังหวัดร้องขอ 6. มีการประชาสัมพันธ์ ข้อห้าม หรือกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมาย 7. กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยึดระเบียบ ข้อกฎหมาย รวมถึงการวางตัวให้เป็นกลาง
.


ด้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ โดยได้จัดกำลังตำรวจประมาณ 120,000 นาย ดูแลการเลือกตั้ง จำนวน 97,000 คูหาทั่วประเทศ
.
โดยจะมีชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ จากการลงพื้นที่พบการทำผิดเล็กน้อยโดยที่จังหวัดชุมพร พบความผิด พ.ร.บ.คอมฯ กรณีโพสต์จูงใจให้เลือกผู้สมัคร และ ที่จังหวัดตรัง พบการทำลาย ป้ายหาเสียง ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว
.


ส่วนจังหวัดที่มีการแข่งขันสูง เนื่องจากผู้สมัครเป็นบุคคลมีชื่อเสียง และ นักการเมืองหน้าเก่า ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี เชียงใหม่ นครราชศรีมา สกลนคร น่าน พิจิตร กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และ ตรัง จึงกำชับให้ตำรวจภูธรแต่ละจังหวัดเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษโดยเฉพาะคืนหมาหอนก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีการซื้อสิทธิขายเสียงเกิดขึ้นได้
.
รองผบ.ตร. กล่างอีกว่า กรณีจังหวัดที่มีการแข่งขันดุเดือด เช่น นครศรีธรรมราช เนื่องจากมีผู้สมัครจำนวนมาก จะต้องจับตามเป็นพิเศษ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ต้องระวังภัยธรรมชาติ ส่วนปัญหามือปืนรับจ้างรับงานช่วงนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวของซุ้มมือปืนกลุ่มใดตามพื้นที่ต่างๆ แต่ก็ให้ตำรวจเฝ้าติดตามทางการข่าว
.
ส่วนพื้นที่ที่มีผู้สมัครเป็นอดีตนายตำรวจ ขณะนี้ยังไม่ได้รับการร้องเรียน ในเรื่องการปฎิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งวันนี้ก็จะมีการกำชับรายละเอียดทั้งหมดกับทุกนายถึงเรื่องดังกล่าวด้วย และกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งจดหมายเชิญชวนคนเชียงใหม่เลือกผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย ขณะนี้ทราบว่าทางกกต.ได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้แล้วว่าเข้าข่ายความผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่ได้รับแจ้งความประเด็นนี้ พร้อมสั่งให้จับตาจังหวัดนี้ด้วยเพราะมีการแข่งขันค่อนข้างมาก
.
อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตนให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยขอฝากประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายที่มักพบเป็นความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ได้แก่ 1. จงใจ ทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย 2. เล่นหรือจัดให้มีการการเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวข้องกับผลการเลือกตั้ง 3. ขาย จำหน่ายจ่ายแจกหรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้ง ระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง 4. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนเลือกหรือไม่เลือกผู้สมัครใดหรืองดเว้นไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครใด
.
5. กระทำการใดโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือมิให้ไปถึง ณ ที่เลือกตั้ง ทั้งนี้หากพบเห็นผู้กระทำความผิดสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 191 ทั่วประเทศ หรือแจ้งเรื่องร้องเรียน หมายเลขสายด่วน ตร. 1599 และ แอพพลิเคชั่น Police I lert u