โจรแสบเน้นแต่เงิน งัดร้านชาพะยอมและร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ริมถนนศรีราชา-หนองค้อ ได้เงินสดไปรวมกว่าหมื่นบาท สาวเจ้าของร้านเครียดเป็นเงินเก็บสะสมสำหรับค่าน้ำขวด รวมทั้งค่าน้ำค่าไฟของร้าน คาดเป็นคนใกล้ตัวเพราะรู้จุดเก็บเงินและไม่แตะต้องทรัพย์สินอื่น

            เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ธ.ค.63 ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากนางเกณิกา ไชยวรรณ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านชาพะยอม ริมถนนสายศรีราชา-หนองค้อ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่า ที่ร้านดังกล่าวได้มีคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ ได้ทรัพย์สินไปรวมมูลค่ากว่าหนึ่งหมื่นบาท รวมทั้งร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ที่อยู่ติดกันก็ถูกคนร้ายเข้าไปลักเงินสดที่เก็บไว้เป็นเงินทอนให้ลูกค้าอีกจำนวนหลายร้อยบาท จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองขาม เจ้าของท้องที่ ให้เข้าร่วมตรวจสอบ
            ในที่เกิดเหตุเป็นร้านชาพะยอม ปลูกติดกับร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ที่เป็นเครือญาติกัน ริมถนนสายศรีราชา-หนองค้อ พบนางเกณิกา ไชยวรรณ เจ้าของร้านได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พร้อมให้รายละเอียดว่า เมื่อคืนวันที่ 6 ธ.ค.ผ่านมา ร้านตนเองถูกคนร้ายเข้ามาลักขโมยเงินภายในร้าน ซึ่งเป็นเงินค่าน้ำขวดที่เก็บสะสมเวลาลูกค้ามาซื้อน้ำหายไปจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งตนเองเก็บเงินมัดใส่ถุงไว้แยกกันจำนวน 2 ถุง ถุงหนึ่งใส่เงินไว้ประมาณกว่าสามพันบาท ส่วนอีกถุงใส่ไว้ประมาณ 8 พันบาท

         โดยตอนสายวันนี้ตนเองเดินเข้ามาร้านตามปกติ ก็ไม่มีอะไรผิดปกติพอเดินเข้ามาที่เคาท์เตอร์ก็พบว่าข้าวของบนเคาท์เตอร์ถูกรื้อ เงินที่เก็บไว้จำนวนดังกล่าวหายไป ซึ่งคาดว่าคนร้ายจะเข้ามาทางหน้าต่างด้านหลังเพราะมีร่องรอยนิ้วมือของคนร้าย ตนเองอาศัยอยู่มานานหลายปีของก็ไม่เคยหาย คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิด เพราะรู้ว่าตนเองเก็บเงินไว้ตรงบริเวณไหน ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นจะไม่มีทางรู้เลย เพราะดูพฤติกรรมคนร้ายแล้วน่าจะรู้ที่เก็บเงินของร้าน ซึ่งร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ก็โดนคนร้ายเข้าไปลักเงินเช่นกัน
           ด้านนางสาวอธิษฐาน วงศ์รักษา อายุ 34 ปี เจ้าของร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ เปิดเผยว่า ร้านของตนเองก็โดนคนร้ายเข้ามาขโมยเงินไปเช่นกัน ซึ่งตอนเช้าตนเองมาเปิดร้านตามปกติ ก็เห็นเศษเงินเหรียญตกอยู่กระจัดกระจายที่พื้น จึงเข้าไปตรวจสอบพบว่าเงินทอนที่เป็นเหรียญสิบ เหรียญห้าบาทและเหรียญบาทได้หายไปจำนวนหลายร้อยบาท จึงโทรสอบถามแฟนที่ตอนเช้ามืดตื่นมาทอดไก่ก่อนออกไปทำงาน ก็ได้รับคำตอบว่าไม่รู้ จึงไปคุยกับญาติที่เป็นเจ้าของร้านชาพะยอมที่อยู่ติดกัน และได้ทราบว่าร้านญาติก็โดนคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ดังกล่าว
             ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุก่อนสอบปากคำพยานทั้งหมด เพื่อจะติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป