ศาลพัทยา เลื่อนนัดสืบพยานคดี นปช. ชุมนุมไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52 ออกไปเป็น 8 ก.พ.64 หลังจำเลยยื่นฎีกา

          (23 พ.ย.63) ที่ ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.และนายอดิศร เพียงเกษ อดีตแกนนำ นปช. ได้เดินทางมาศาลตามที่ศาลฎีกานัดตรวจพยานหลักฐานในคดีผู้สนับสนุนจัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552 ที่ อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 5 แกนนำ นปช. ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งจำเลยได้ยื่นฎีกาว่ามีการฟ้องซ้ำซ้อนกับการดำเนินคดีที่กรุงเทพฯ ซึ่งในชั้นของศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่าฟ้องซ้ำ แต่อัยการได้ยื่นอุธรณ์กลับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าไม่ได้ฟ้องซ้ำกัน
           โดยวันนี้ทั้ง 4 แกนนำ นปช.ที่เป็นจำเลย เดินทางมาศาลศาลพัทยา ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นั้นยังต้องโทษอยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ จึงดำเนินการผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งในวันนี้ศาลได้มีการเลื่อนการนัดตรวจพยานหลักฐานและรอคำพิพากษาของศาลฎีกาออกไป ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564
           ด้านนายอดิศร เพียงเกษ อดีตแกนนำ นปช.เปิดเผยว่า การเดินทางมาวันนี้ของแกนนำและแนวร่วม นปช.นั้น เพื่อตรวจพยานหลักฐาน แต่ด้วยพยานหลักฐานอัยการโจทย์ยังไม่พร้อม จึงขอนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ทั้งนี้จำเลยทั้ง 5 คนยังยืนยันว่าคดีความที่เกิดที่พัทยาพยานหลักฐานเป็นชุดเดียวกับคดีที่ศาลอาญารัชดาภิเษกทุกประการ ซึ่งแกนนำมีความมั่นใจว่า ตามหลักกฎหมายเป็นการฟ้องซ้ำ จึงอยากให้รอคำพิพากษาของศาลฎีกาจนถึงที่สุด ก่อนที่จะมีการดำเนินการต่อไป ซึ่งการยื่นฟ้องครั้งนี้ถือเป็นการฟ้องซ้อน เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ทั้งนี้จำเลยทั้ง 5 คนได้ยื่นฎีกาไว้ ซึ่งที่ผ่านมาศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องซ้ำ แต่ศาลอุธรณ์กลับคำวินิจฉัยให้มีการสืบพยายน โดยแกนนำมีความมั่นใจว่าศาลฎีกาจะให้ความยุติธรรม เนื่องจากการชุมนุมเมื่อปี 2552 จำเลยทั้ง 5 คนไม่ได้มาที่พัทยาเลย ในคดีที่ 2 จะเป็นผู้สนับสนุนหรือผู้บ่งการมันก็ไกลกว่าเหตุมากเกินไปจะเป็นคดีกลั่นแกล้งหรือเปล่าไม่รู้ ทั้งนี้คดีเดียวจำเลยต้องรับโทษครั้งเดียว จะยกฟ้องก็ยกฟ้องครั้งเดียว หากพิจารณาที่ศาลพัทยาและศาลอาญารัชดาพวกตัวเองก็ต้องถูกประหารชีวิต 2 ครั้งแบบนั้นหรือ ตามหลักกฎหมาย
Advertisement