ล่าตัวคนร้ายฆ่าเผาสาวคาราโอเกะ วางปมคนใกล้ชิดก่อเหตุสะเทือนขวัญ

         วันที่ 9 พฤศจิกายน 63 ตำรวจ สภ.แก่งกระจาน ยังคงล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.กัญญาภัค ชาติทอง อายุ 46 ปี สาวร้านคาราโอเกะ แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วังไคร้ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมาหลังเลิกงาน และมีการแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.แก่งกระจาน ต่อมามีการพบศพเธอถูกเผาพร้อมรถ จยย.บริเวณพื้นที่ป่ารกร้าง ในพื้นที่ ม.4 บ้านโป่งตาเพชร ต.วังจันทร์ ห่างจากถนนบายพาสแก่งกระจาน-ยางชุม ประมาณ 1 กม.
          โดยจากซากรถจักรยานยนต์พบถูกเผาจนเหลือแต่ซาก พบทะเบียนรถถูกไฟไหม้ตกอยู่ ทะเบียน กข6236 นครปฐม พบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์อยู่บริเวณที่รถถูกเผาลักษณะศพถูกรถทับก่อนที่จะถูกเผาพบ นาฬิกาแบบผู้หญิงตกในที่เกิดเหตุ 1 เรือน โดยซากศพกับรถตรงกับรูปพรรณของน.ส.กัญญาภัค
          หลังเกิดเหตุนายสันติ ชาติทอง อายุ 46 ปี สามีของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมยืนยันว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของภรรยา ที่หายไปพร้อมกัน โดยเผยว่าภรรยาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่ร้านคาราโอเกะ ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร ได้ขาดการติดต่อไป จึงได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.ท่ายาง พร้อมออกติดตามหามาโดยตลอดแต่ไม่มีวี่แวว กระทั่งมีผู้มาพบศพ ส่วนสาเหตุไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด เท่าที่ทราบภรรยาไม่เคยมีปัญหากับใคร
          สำหรับแนวทางการสืบสวนวันนี้ ตำรวจเชิญตัวนายสันติมาสอบปากคำเพิ่มเติม จากการสอบสวนพบว่านายสันติเป็นคนอารมณ์ร้อนโมโหร้าย และได้เชิญตัวนางเสาร์วรักษ์ แก้วฉวี อายุ 66ปี แม่ผู้ตายและนางใกล้รุ่ง ยอดแก้ว เจ้าของร้านคาราโอเกะพร้อมด้วยพยานที่ไปพบศพที่เกิดเหตุและพนักงานภายในร้านคาราโอเกะร่วม 6คน เข้าสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย
        จากนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรีได้เก็บดีเอ็นเอน้ำลายของลูกชายผู้ตาย และแม่ผู้ตายเพื่อส่งตรวจยืนยันว่าดีเอ็นเอตรงกับผู้ตายหรือไม่ พร้อมจัดทีมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 นำโดยพล.ต.ต.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ ผบก.สส.ภูธรภาค7 ร่วมกับฝ่ายสืบสวนจังหวัดเพชรบุรี และชุดสืบสวน สภ.แก่งกระจาน กว่า 20นาย ลงพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี และบุคคลต้องสงสัยในคดีนี้
           โดยนางใกล้รุ่งเล่าว่า ปกติแล้วผู้ตายจะมาเข้างานที่ร้านประมาณทุ่มถึงสองทุ่ม และเลิกงานตอนเที่ยงคืน ตอนเช้าตนก็ยังเจอผู้ตายขายหมูปิ้ง จนมาถึงวันที่4 สามีผู้ตายได้เข้าไปหาตนที่ร้านถามหาผู้ตาย แต่ตนก็ไม่ทราบว่าผู้ตายไปไหน ปกติแล้วผู้ตาย มีนิสัยร่าเริง สนุกสนาน เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดี ไม่เคยมีปัญหากับใครในร้าน โดยคืนเกิดเหตุที่หายตัวไป ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านไปแล้ว มีลูกค้าที่ยังนั่งอยู่ต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนจะสั่งเช็คบิลลูกค้าขับรถออกจากร้านไป
          ด้านแม่ผู้ตายเล่าว่า ลูกสาวมีแฟนมาแล้ว 4 คน คนที่ 1-3 ได้เลิกราแล้วแยกย้ายกันไปนานแล้ว ส่วนคนที่ 4 คือนายสันติได้อยู่กินกันมาประมาณ 5 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันผู้ตายมักจะโทรมาขอเงินแม่บ่อยครั้ง โดยผู้ตายนั้นกลางวันจะทำขนมขาย ส่วนกลางคืนจะไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านคาราโอเกะ หลังจากหายตัวไปตนได้โทรศัพท์ไปหาลูกสาวหลายสาย แต่ไม่มีคนรับสาย ตนจึงทักไลน์ไปหาลูกสาวถามว่าอยู่กันหลายคนทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์แม่ จากนั้นสามีผู้ตายได้โทรกลับมาแจ้งว่าลูกสาวได้หายไปตั้งแต่เมื่อคืน จนป่านนี้ยังหาตัวไม่พบ และจะเดินทางเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง จนมาวันนี้ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าลูกสาวได้เสียชีวิตลงแล้ว จึงอย่างให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวคนร้ายมาลงโทษ
           เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมก่อเหตุไว้ 3ประเด็ดหลัก เรื่องภายในครอบครัวเรื่องปัญหากับเพื่อนร่วมงานและเรื่องเรื่องชู้สาว โดยแนวทางการสืบสวนมุ่งเน้นไปที่คนใกล้ชิดก่อเหตุและจะเร่งปิดคดีสะเทือนขวัญนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด