ชาวบ้านอยากเห็นศูนย์กิจกรรม-พิพิธภัณฑ์สำหรับชุมชน ไว้ใช้ทำกิจกรรม รวมทั้งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมองค์ความรู้ของท้องถิ่นบ้านนาเกลือ หวังให้ลูกหลานได้ต่อยอดการเรียนรู้

             น.ส.อรุณี ห่อทองคำ รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนนาเกลือ เปิดเผยข้อมูลกับคณะทำงานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ Rubbish Communication ว่า จากอดีตบ้านนาเกลือปกครองในรูปแบบของสุขาภิบาลนาเกลือ ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบเมืองปกครองพิเศษอย่างเมืองพัทยาในปัจจุบัน การกระจายอำนาจจากที่เคยเป็นรูปแบบของกำนันและผู้ใหญ่จึงเปลี่ยนแปลงไปจนเกิดเป็นชุมชนต่าง ๆ และมีประธานชุมชนเป็นดำเนินการเชื่อมโยงระหว่างลูกบ้านกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแทน ทำให้ความคุ้นชินในการติดต่อราชการของชาวบ้านกับภาครัฐเว้นระยะห่างออกไป จากที่ชาวบ้านเคยมีผู้ใหญ่บ้านและกำนันเป็นตัวแทน กลับกลายเป็นประธานชุมชน ทำให้เกิดช่องว่างความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
           ทั้งนี้ เนื่องด้วยในปัจจุบันหลังจากเมืองพัทยามีการแบ่งพื้นที่เป็นชุมชนต่าง ๆ จึงได้คัดเลือกเอาผู้อาวุโสในแต่ละชุมชนมาเป็นประธานชุมชนเนื่องด้วยเป็นการให้เกียรติในความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของท้องถิ่น โดยมีคณะกรรมการชุมชนที่แต่งตั้งมาช่วยทำงานประสานงานระหว่างชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ยังติดเรื่องของการประสานงานและการประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่าง ๆ จากทางภาครัฐมายังชาวบ้านที่ขาดประสิทธิภาพเนื่องด้วยเหตุผลต่าง ๆ จึงทำให้การเชื่อมต่อระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานภาครัฐยังเป็นไปอย่างไม่เต็มศักยภาพมากนัก และด้วยความล่าช้าในการประสานงาน ชาวบ้านบางส่วนก็มักจะเดินเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนด้วยตัวเอง และจะรายงานให้ทางประธานและคณะกรรมการชุมชนทราบตามลำดับ ทำให้สวนทางกับหลักการกระจายอำนาจจากหน่วยงานรัฐระดับบนมาสู่ประชาชนตามที่ควรจะเป็น
            รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนนาเกลือ เล่าต่อว่าในอดีตที่ผ่านมาเมื่อครั้งยังเด็กที่พอจำความได้ ตนเองได้เคยช่วยงานคุณพ่อ นายอาณะ ห่อทองคำ หรือผู้ใหญ่ณะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.นาเกลือ คนสุดท้าย ในการประสานงานแจกจ่ายบัตรเหลืองซึ่งเป็นบัตรแทนบัตรประชาชน หลังจากผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทนชาวบ้านรับจากทางราชการมา แต่ปัจจุบันเมืองพัทยามีการจัดตั้งประธานชุมชนมาดูแลชาวบ้าน ความรู้สึกดังกล่าวก็ได้หายไป ช่องว่างระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐก็มีมากขึ้น ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าระบบการดูแลแบบแยกเป็นชุมชนมีความชัดเจนเรื่องการแบ่งเขตยังไง เป็นกฎระเบียบจากทางเมืองพัทยาหรือไม่ ถ้าใช่แล้วทำไมไม่มีที่ทำการชุมชน ปัจจุบันจะใช้บ้านพักส่วนตัวของประธานชุมชนเป็นที่ทำการ แต่การเข้าไปใช้ประโยชน์ในเรื่องสาธารณะของชุมชนจึงเป็นเรื่องยากเพราะยังเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล การทำงานของชุมชนเลยไม่ครอบคลุมเพราะติดในเรื่องของสถานที่
           อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแล้วอยากให้มีการกำหนดให้เขต ต.นาเกลือ หรือบ้านนาเกลือ เป็นแขวงนาเกลือ ที่มีการจัดการบริหารตัวเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพให้เมืองพัทยา ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่หากเป็นไปได้ความชัดเจนในการพัฒนาพื้นที่เขต ต.นาเกลือ หรือบ้านนาเกลือจะมีการพัฒนาต่อไปอย่างเป็นรูปธรรมอีกมาก แต่ในระยะอันใกล้อยากเห็นที่ทำการชุมชนที่มีสถานที่จัดเจนในการที่จะให้ชาวบ้านทุกคนในชุมชนได้เข้าถึงการใช้งาน และมีกิจกรรมส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง ทั้งเรื่องของการสอนภาษาต่างประเทศให้เด็กและเยาวชนในชุมชน การอบรมให้ความรู้ด้านต่าง ๆ ในการพัฒนาอาชีพ การประชุมชาวบ้านร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งจัดสรรพื้นที่เป็นพิพิธภัณฑ์บ้านนาเลือเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ท้องถิ่นต่าง ๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันมารวมไว้ใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับเยาวชน ประชาชนทั่วไป และผู้สนใจได้มาใช้ต่อยอดทำประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ต่อไป