คืบหน้าลุงวัย 73 ปี ป่วยเป็นโรครุมเร้าตัดสินใจเขียนจดหมายลาตาย ก่อนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองดับคาห้องนอน ลูกชายเผยพ่อเป็นนักสู้ชีวิต อดีตช่างซ่อมรถซุปเปอร์คาร์มือวางอันดับที่ 11 ของอเมริกาพ่อเป็นคนรอบคอบเคยป่วยหนักมาแล้วรักษาหายครั้งนี้คงทนไม่ไหวจริงๆ

           จากกรณีชายวัย 73 ปี ทราบชื่อคือ นายวุฒิเศรฐ กฤษณามระ ป่วยโรครุมเร้า ตัดสินใจเขียนจดหมายลาตาย ก่อนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองดับคาห้องนอน ภายในบ้านพักเลขที่ 10/115 หมู่ที่ 2 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
           ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น.วันเดียวกัน (5 พ.ย.63) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลชลบุรี ได้พบกับญาติของนายวุฒิเศรฐ กฤษณามระ อายุ 73 ปี ผู้เสียชีวิต กำลังรอรับศพด้วยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว และได้นำศพมาบำเพ็ญพิธีตามศาสนาที่วัดเนินสุทธาวาส ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมีญาติๆ ทยอยเดินทางมาร่วมงานศพกันอย่างต่อเนื่อง
          จากการสอบถามนายทิวากร กฤษณามระ อายุ 48 ปี ลูกชายคนโต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่าพ่อมีลูก 3 คนลูกชาย 2 คนและลูกสาว 1 คน ตนเป็นคนโต พ่อจะรักลูกทั้ง 3 คนเท่ากัน และพ่อได้ป่วยมานานแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยบ่นอะไรให้ฟัง เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ก็คุยกันว่าจะไปฟอกไตตามที่หมอนัดในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี อาทิตย์ละ 2 วัน พอมาวันนี้ (5 พ.ย.63) ตนก็กำลังจะไปรับพ่อไปฟอกไต แต่พออ่านในไลน์ของครอบครัว เห็นพ่อส่งข้อความว่า ลาก่อน ตนก็สงสัยว่าทำไมพ่อจึงส่งข้อความเช่นนั้น พอมาถึงก็พบว่าพ่อยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว
             นายทิวากรเล่าต่อว่า พ่อตนเป็นคนสู้ชีวิต ตอนเรียนจบได้เดินทางไปทำงานที่อเมริกาเป็นช่างยนต์ซ่อมรถสปอร์ตและรถซุปเปอร์คาร์ เช่น เบนซ์ ปอร์เช่ เฟอรารี่ จนติดอันดับมือวางที่ 11 ของอเมริกาของช่างซ่อมเครื่องยนต์รถซุปเปอร์คาร์ และสาเหตุที่ต้องกลับมา เพราะปู่อยากให้กลับบ้านจึงหลอกพ่อว่าป่วยหนัก พ่อจึงยอมขายอุปกรณ์ต่างๆ ทิ้งอาชีพที่รัก กลับมาอยู่ที่ประเทศไทยดังกล่าว โดยปกติพ่อจะเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เพราะครั้งที่แล้วพ่อได้ป่วยหนักเส้นเลือดในสมองแตกก็ได้รักษาตัวจากเดินไม่ได้ก็หายเป็นปกติ แต่ครั้งนี้พ่อคงเจ็บปวดภายในที่มาพร้อมกับอากาศที่เย็นในหน้าหนาว และท้อที่ต้องไปฟอกไต เพราะพ่อเคยบอกว่าไม่อยากมาล้างไตเลยเพราะว่ามาทีไรก็มาเจอแต่คนวัยกลางคนไปจนถึงวัยชรา ทำให้พ่อต้องเก็บมาคิดจนเป็นคนซึมเศร้าไปเลย ไม่ร่าเริงเหมือนก่อน และคงจะคิดว่าถึงอยู่ไปก็จะเป็นภาระให้ลูก จากเงินเก็บที่มีแทนที่จะให้ลูก ต้องเอามารักษาตัวเองหมด จึงได้คิดสั้นแบบนี้
            ส่วนการจัดการเรื่องเงินนั้นพ่อจะเป็นคนที่ละเอียดและรอบคอบมาก เวลาจะทำอะไรพ่อจะวางแผนก่อนตลอด เหมือนครั้งนี้ก็ให้แม่พาไปธนาคารเพื่อจัดการเรื่องเงินและเช็คที่แบ่ง จัดแจงให้ลูกทุกคนโดยไม่เอ่ยปากบอกใคร และไม่มีใครรู้จะว่าจะมาก่อเหตุแบบนี้ขึ้น