หนุ่มชลบุรีสุดปลาบปลื้ม หลังเข้าเฝ้ารับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาลงอักษรบนพระบรมฉายาลักษณ์ “ขอให้ช่วยกันรักประเทศไทย” พร้อมเผยจะขอจงรักภักดีตลอดไป

            หลังจากเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงพระดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชาสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ออกจากศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง ไปตามถนนจักรีจรัณย์ด้านประตูวิเศษไชยศรีเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น
          ระหว่างที่ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระอักษรบนพระบรมสาทิสลักษณ์ที่พสกนิกรนำมาแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ บริเวณถนนหน้าพระลาน พระบรมมหาราชวัง ความว่า “ช่วยกันรักประเทศไทย และพี่น้องประชาชน รักบ้านเรา รักพี่น้องร่วมชาติ ด้วยความเมตตาและร่วมสามัคคีทำความดี” สร้างความปลื้มปิติให้แก่พสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้
           โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ หมู่บ้านสยามธารามัณตรา (ม้าทอง) ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี พบกับนายธนิตศักดิ์ ไชกังวาลวงศ์ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นเจ้าของพระบรมสาทิสลักษณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระอักษร ได้กล่าวถึงความรู้สึกว่าในวันนั้นตนเองได้นำพระบรมสาทิสลักษณ์ไปด้วย เพื่อชูแสดงความจงรักภักดี จนพระองค์ได้เดินเข้ามาใกล้ ซึ่งในขณะนั้นน้องสาวได้ยื่นปากกาชูขึ้นเหนือหัว แล้วพระราชินีได้ทรงหยิบปากกาส่งให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระอักษรบนพระบรมสาทิสลักษณ์ให้ ซึ่งนำมาถึงความปลาบปลื้มใจและดีใจเป็นอย่างมากจนกลั้นน้ำตาไม่ไหว และได้กล่าวทรงพระเจริญอย่างสุดเสียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใกล้ชิดกับประชาชนอย่างไม่ถือพระองค์

              และถือเป็นสิริมงคลต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยตนเองจะนำพระบรมสาทิสลักษณ์แขวนไว้ในที่สูงสุดของบ้าน เพื่อเป็นการแสดงออกต่อการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะขอจงรักภักดีตลอดไป