ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวหารือนายกพัทยา วอนหาแนวทางประสานภาครัฐผ่อนปรนการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าพำนักพื้นที่พัทยา โดยเน้นเข้ากักตัวโรงแรม ASLQ 14 วันตามมาตรฐาน สบค.หลังพบนักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยงอย่าง รัสเซีย ยุโรป ประสานท่องเที่ยวที่พัทยา แต่ติดปัญหาภาครัฐเข้มให้เข้าพักได้แค่โรงแรม ASQ ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเท่านั้น

              วันนี้ (16 ต.ค.63) ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนจากสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมสปาเมืองพัทยา และสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เดินทางเข้าพบนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว หลังพบว่าปัจจุบันสถานการณ์ซบเซาเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ประกอบการประสบภาวะขาดทุนด้วยยังไม่มีการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางได้ ขณะที่มีโครงการด้านการส่งเสริมอื่นๆ เช่น Travel Bubble หรือ Special Tourism Visa แต่ขั้นตอนก็ค่อนยุ่งยากเป็นอย่างมาก และยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด
             นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางเข้าหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว ด้วยมองว่าเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความเหมาะสมในการรองรับ เพราะมีโรงแรมที่เป็น State Quarantine ถึง 12 แห่ง และปัจจุบันมีโรงแรมที่เสนอตัวเข้าเป็น ASLQ หรือ Alternative State Local Quarantine ถึง 13 แห่ง ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาไปแล้วจำนวน 3 แห่ง ยังเหลืออีก 10 แห่งที่อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ซึ่งดูค่อนข้างจะยุ่งยากและใช้ระยะเวลานานเป็นอย่างมาก โดยการเสนอตัวนี้ก็เพื่อให้โรงแรมที่เป็น ASLQ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวเข้ามาพำนักได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย และกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งปัจจุบันมีบริษัททัวร์ประสานขอเดินทางเข้าพักเพิ่มมากขึ้น และยินยอมที่จะเข้าสู่ขั้นตอนในขบวนการกักตัวเป็นเวลา 14 วันในโรงแรมที่เป็น ASLQ ของเมืองพัทยา เนื่องจากจะเข้ามาพำนักเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้การท่องเที่ยวของเมืองพัทยากลับมามีความคึกคักอีกครั้ง
             ทั้งนี้ การเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นเรื่องที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบว่าทางโรงแรมที่ได้รับอนุญาตจะมีมาตรการในการควบคุมและป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดรอบ 2 แน่นอน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ปรากฏว่าปัจจุบันทางสถานทูตไทยเองกลับมีขั้นตอนที่ยุ่งยากในการตรวจสอบและออก Visa ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยง อย่างรัสเซีย หรือยุโรป โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หากได้รับการตรวจอนุญาตและออก Visa ให้แล้ว ก็จะอนุญาตให้ไปพำนักที่โรงแรม ASQ หรือ Alternative State Quarantine ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเท่านั้น โดยแจ้งว่าไม่ได้รับการประสานว่าจะสามารถให้พำนักในโรงแรม ASLQ ในต่างจังหวัดได้ จึงได้มาเข้าพบนายกเมืองพัทยาเพื่อร้องขอให้นำข้อมูลไปประสานกับภาครัฐเพื่อพิจารณาใหม่อีกครั้ง
             ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการธุรกิจท่องเที่ยวก็ค่อนข้างสูง ทำให้แรงงานต้องลดจำนวนและค่าครองชีพลง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจลาออกจากงานเนื่องจากรายรับไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เรื่องนี้รัฐบาลควรให้ความสำคัญแม้ว่าจะมีมาตรการในการช่วยเรื่องอัตราเงินเดือนจำนวน 7,500 บาทสำหรับนักศึกษาที่จบใหม่ แต่ก็เป็นกลุ่มแรงงานที่ยังไม่มีหรือความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ จึงอยากให้รัฐพิจารณาในการช่วยประคับประคองผู้ประกอบการให้สามารถอยู่ได้ อาทิ การช่วยแบกรับค่าใช้จ่ายแบบ 50-50 ก็จะเป็นแนวทางที่ดี
              อย่างไรก็ตาม นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ พร้อมแจ้งว่าจะประสานไปยังภาครัฐเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและพิจารณาเพื่อให้สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาดีขึ้น