สังคมเสื่อม! แม่ร้องปวีณา ยายพาหลานสาววัย 16 ปี ค้ากามหาเงินใช้หนี้นอกระบบ

             สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.ย.63 นางหน่อย (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ชาว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า ตนมีลูกสาว 1 คน ที่เกิดจากสามีเก่าชื่อ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี หลังเลิกกับสามีตนได้นำลูกไปฝากไว้กับนางหนิง (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี แม่ของตน ให้เลี้ยงตั้งแต่เล็กจนโต ซึ่งตนก็จะส่งเงินให้แม่และไปเยี่ยมหาลูกเป็นประจำ ระยะหลังเริ่มมีญาติและชาวบ้านมาบอกว่าแม่ของตนให้ น.ส.หนึ่ง บุตรสาวไปนอนกับผู้ชายเพื่อแลกเงินและใช้หนี้ ซึ่งตนเกรงว่าลูกจะไม่ปลอดภัยและใช้ชีวิตในทางที่ผิด
             นางหน่อย เล่าอีกว่า นางหนิง ผู้เป็นแม่มีนิสัยชอบเล่นการพนันมานานแล้วและก็เป็นหนี้คนอื่นไปทั่ว รวมทั้งเป็นหนี้นอกระบบด้วย ตั้งแต่ตนเริ่มเป็นสาวก็เคยถูกกระทำแบบนี้มาก่อน แม่จะมีวิธีพูดให้ตนสงสารและยอมทำตามทุกครั้ง กระทั่งตนมีสามีและแยกจากแม่ ออกมาอยู่ข้างนอกจึงหลุดพ้นมาได้ ซึ่งตนก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ายายจะมาทำกับหลานแบบนี้เหมือนกับที่เคยทำกับตนมาก่อน ตอนที่ตนสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นลูกก็จะไม่กล้าบอก เพราะลูกอยากเรียนหนังสือ หลังจบ ป.6 ลูกก็ไม่ได้เรียนต่อเพราะยายอ้างว่าไม่มีเงินส่งเสีย ตนพยายามชวนลูกมาอยู่ด้วย แต่ยายไม่ยอมให้มาและลูกก็ไม่กล้าขัดใจยาย ตนจึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยด้วย
            หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนางหน่อย ผู้เป็นแม่ ซึ่งนางหน่อยยินยอมให้ น.ส.หนึ่ง ลูกสาว ไปอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ โดยนางปวีณาจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ เดินทางไปรับตัว น.ส.หนึ่ง ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในวันที่ 3 ก.ย.63 ขณะเดียวกัน นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พานางหน่อยไปลงบันทึกประจำวันมอบ น.ส.หนึ่งให้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ
             เมื่อ น.ส.หนึ่ง มาถึงที่มูลนิธิปวีณาฯ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พูดคุยกับ น.ส.หนึ่งตามปกติ โดยยังไม่ได้ซักถามอะไร เพื่อให้ น.ส.หนึ่งได้เกิดความสบายใจก่อน จากนั้นนางปวีณาจึงได้ประสานนายพิทักษ์ บุญฤทธิ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ให้รับตัว น.ส.หนึ่ง เข้ารับการคุ้มครองและฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ดีขึ้น
            กระทั่งผ่านไปประมาณ 20 วัน น.ส.หนึ่ง สภาพจิตใจดีขึ้นและพร้อมที่จะให้ข้อมูลทุกอย่าง นางปวีณา และนักจิตวิทยาจากบ้านพักเด็กปทุมธานีจึงได้พูดคุยกับ น.ส.หนึ่ง โดย น.ส.หนึ่ง ยอมรับว่ายายติดการพนันและเป็นหนี้นอกระบบ จึงให้ตนเองไปหลับนอนกับนายเอก (นามสมมุติ) คนรู้จักของยายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ ซึ่งหลังจาก น.ส.หนึ่งยอมให้ข้อมูลทุกอย่าง นางปวีณาจึงให้นางหน่อย ผู้เป็นแม่พาลูกสาวไปแจ้งความที่ สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีกับยายและนายเอกทันที
           ต่อมาวันที่ 24 ก.ย.63 พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี นำตัว น.ส.หนึ่งไปตรวจร่างกายและสอบสหวิชาชีพ โดยหลังสอบสหวิชาชีพ น.ส.หนึ่งเป็นที่เรียบร้อยก็มีความชัดเจนว่า น.ส.หนึ่งตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ นางปวีณาจึงได้ประสานสถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (บ้านเกร็ดตระการ) จ.นนทบุรี รับ น.ส.หนึ่งอยู่ในความดูแลของบ้านเกร็ดตระการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
            ต่อมาเย็นวันจันทร์ที่ 5 ต.ค.63 พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท เสน่ห์ ยศรุ่งเรือง รอง ผกก. สอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 รายแล้วได้แก่ น.ส.เสมอ เนียมศรี อายุ 59 ปี ผู้เป็นยาย และนายไพรัช มาลัยทอง อายุ 38 ปี คนรู้จักของ น.ส.เสมอ ในข้อหาร่วมกันเป็นผู้แสวงหาประโยชน์โดยการค้าประเวณีกับบุคคลอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี, เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, เป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ก่อนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้สำเร็จ ซึ่ง น.ส.เสมอ เนียมศรี อายุ 59 ปี ผู้เป็นยาย ให้การรับสารภาพว่า ได้เป็นหนี้นอกระบบเงินต้น 60,000 บาท แต่รวมดอกเบี้ยแล้วจำนวนกว่า 100,000 บาท จึงหลอกล่อหลานสาวไปขายบริการให้คนรู้จักเพื่อนำเงินมาใช้หนี้
           ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ต.ค.63 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พานางหน่อย แม่ของ น.ส.หนึ่ง ผู้เสียหาย เดินทางไปที่ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพบกับ พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ. บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพนักงานสอบสวนจะได้สอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะทำการขยายผลเพื่อสืบหากลุ่มผู้ซื้อบริการรายอื่น และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมาย
            ทั้งนี้ น.ส.หนึ่ง ผู้เสียหายได้อยู่ในความดูแลของบ้านเกร็ดตระการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจและเรียนหนังสือตามความต้องการของ น.ส.หนึ่ง โดยมูลนิธิปวีณา ฯ จะร่วมกับบ้านเกร็ดตระการในการเยียวยาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้น.ส.หนึ่งได้ใช้ชีวิตในทางที่ถูกต้อง กลับคืนสู่สังคม และอยู่ได้อย่างปกติสุขต่อไป