นายอำเภอบางละมุงจับมือนายกเมืองพัทยาวางแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนชาวพัทยา

             จากกรณีที่เมื่อกลางดึกของวันที่ 3 ตุลาคม 2563 ได้เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ติดต่อกันยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้ถนนทั้งเส้นหลักหลายจุด มีปริมาณน้ำเอ่อขึ้นท่วมขังสูงตั้งแต่ 10- 80 เซนติเมตร สร้างความเสียหายให้กับรถที่สัญจรผ่านไปมา รวมไปถึงบริเวณหาดทรายที่ปรับภูมิทัศน์ ให้สวยงามเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ก็ได้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนได้รับความเสียหาย และยังส่งผลกระทบให้กำแพงบ้านของประชาชนพังถล่ม ทั้งน้ำและทรายทะลักเข้าบ้านเรือน ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนักหลายหลังคาเรือน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
            ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 ตุลาคม 2563 นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง พร้อมนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่จิตอาสาอำเภอบางละมุง ลงพื้นตรวจสอบเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นการเยียวยาในเบื้องต้นกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำที่ทะลักเข้าท่วมขังจนได้รับความเสียหาย
            ด้านนายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง ได้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาว่า การที่น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนนั้นเกิดจากน้ำระบายไม่ทัน เมื่อมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนน้ำจึงทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน จึงได้หารือกับนายกเมืองพัทยาแล้วว่าจะดูแลตรงนี้ให้ โดยจะประสานเจัาของที่ดินที่จะดำเนินการทำคันกั้น ส่วนทรายที่ทะลักเข้าไปในบ้าน ทางเมืองพัทยาและจิตอาสาก็ได้ช่วยกันขนออกแล้ว
            ซึ่งทางเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบตั้งแต่คืนวันที่ฝนตกหนักแล้ว ยืนยันจะดำเนินการให้เร็วที่สุด และทางเมืองพัทยาจะรายงานปัญหาอุปสรรค์ไปอำเภอและทางจังหวัดต่อไป ตอนนี้ก็มอบถุงยังชีพเป็นการเยียวยาเบื้องต้นก่อน ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น ที่ตรงนี้นั้นเป็นพื้นที่เก่าแก่ เป็นชุมชนดั้งเดิม การก่อสร้างก็จะเป็นพื้นที่ต่ำ ก็จะประสานเจ้าของที่ดินด้านกำแพงให้ทำตาม พ.ร.บ.ขุดดินถมดิน ที่จะต้องแก้ปัญหาโดยทำแนวคันกั้นทั้งหมด แล้วมาดูภาพรวมทั้งหมดของจุดเกิดเหตุ โดยทางเมืองพัทยาได้ลงพื้นที่และจะหาแนวทางการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด
              ส่วนสภาพภายในตัวบ้านนั้น ทางเจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันขนทรายออกและทำความสะอาดเพื่อเข้าอาศัยอยู่เป็นการชั่วคราวก่อน ซึ่งชาวบ้านก็จะติดตามรอการแก้ไขของทางภาครัฐต่อไป