มพย.ทุ่ม 170 ล้านบาท เตรียมปรับภูมิทัศน์ตลอดแนวชายหาดพัทยา 2.7 กิโลเมตร หลังโควิด-19 คลี่คลาย นักท่องเที่ยวเตรียมตื่นตาชายหาดโฉมใหม่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ NEO พัทยา

             (1 ต.ค.63) ที่ชายหาดพัทยาเหนือ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยผู้บริหารเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดังกล่าว หารือแนวทางในการปรับปรุงภูมิทัศน์ตลอดแนวชายฝั่ง ระยะทาง 2.7 กิโลเมตร ตามยุทธศาสตร์ NEO พัทยา
            หลังจากที่เมืองพัทยาได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจการลงทุน และการคมนาคมขนส่งแห่งภาคตะวันออก ตามยุทธศาสตร์ NEO พัทยา ดังนั้นเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนเมืองพัทยาในทุกมิติ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จึงเตรียมเดินหน้าผลักดัน และยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกหนึ่งมิติให้ยิ่งโดดเด่น หลังจากที่มีการขยายพื้นที่ชายหาดออกไปแล้วถึง 35 เมตร ด้วยการทุ่มงบประมาณ ปี พ.ศ.2564 อีก 170 ล้านบาท ปรับภูมิทัศน์ตลอดแนวชายหาดพัทยาที่มีระยะทางเกือบ 3,000 เมตร เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างพื้นที่กิจกรรม และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ หลังสถานการณ์ของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง
              โดยแบ่งแนวคิดออกเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ การขยายถนน หรือเพิ่มผิวจราจรขึ้นมาอีก 1 ช่อง มีกว้างทั้งสิ้น 3 เมตร เพื่อรองรับกับการขยายตัวของระบบขนส่ง ในยุค อีอีซี ที่จะมีทั้งรถไฟลางเบา หรือการเดินทางเข้ามาทำการค้าการลงทุนในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งยังจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถในบางช่วงบางเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว อีกประมาณ 700 คัน ตลอดแนวชายหาด
              ถัดจากการขยายผิวถนน ก็จะเป็นพื้นที่สีเขียว โดยจะปลูกต้นไม้ 2 ข้างทาง ประมาณ 1,000-1,500 ต้น ตรงกลางเป็นพื้นที่โล่ง ไว้สำหรับใช้จัดกิจกรรมต่างๆ และออกกำลังกายของประชาชน ซึ่งแนวคิดนี้ก็จะทำให้บริเวณชายหาดมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย แบ่งการใช้งานอย่างชัดเจน และสามารถรองรับการจัดกิจกรรมได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการแข่งขันกีฬา การจัดพลุนานาชาติ หรือการจัดพัทยามิวสิคเฟสติวัล เป็นต้น
             นอกจากนี้เมืองพัทยา ก็ยังจะสร้างห้องน้ำขึ้นอีก 3 จุด บริเวณชายหาดพัทยาเหนือ, พัทยากลาง และพัทยาใต้ รวมทั้งห้องน้ำสำหรับผู้พิการ และยังจะมีการศึกษาพื้นที่ในการเพิ่มจุดล้างตัว อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับชายหาดเมืองพัทยาสู่การเป็นชายหาดในระดับสากล ส่วนในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย ก็จะมีการใช้ไฟส่องสว่างให้ทั่วทั้งพื้นที่ ด้วยการใช้ชุดไฟฟ้า ขนาดความสูง 7 เมตร ให้แสงสว่างแก่ผู้สัญจรบนท้องถนน และชุดไฟฟ่า ขนาดความสูง 4 เมตร ให้แสงสว่างแก่ผู้ที่พักผ่อนบริเวณชายหาด
            ด้านนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เผยว่า ขณะนี้การดำเนินงานยังอยู่ในระหว่างการออกแบบ การลงรายละเอียด เพื่อจัดทำทีโออาร์ ซึ่งจะต้องมีการหารือถึงความเหมาะสม และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างสูงที่สุด เพื่อให้การการปรับภูมิทัศน์ครั้งนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งในเรื่องของปรับภูมิทัศน์ก็จะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวตกแต่งให้ชายหาดมีความสวยงาม ส่วนการเพิ่มระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เราก็จะคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ใช้งานเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผิวถนน หรือห้องน้ำ ซึ่งในส่วนของห้องน้ำ ก็จะต้องให้เป็นไปตามประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราคงไม่สามารถสร้างห้องน้ำมาให้เพียงพอกับนักท่องเที่ยวได้ ไม่เช่นนั้นคงต้องใช้พื้นที่ในปริมาณที่มาก ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยเอง นอกจากจะมีการเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอแล้ว การจัดสรรบุคลากรลงมาดูแลรักษาความปลอดภัย เมืองพัทยาก็กำลังจะมีการปรับโครงสร้างบุคลากร ซึ่งในส่วนนี้เราก็ได้ให้ความสำคัญ และจะมีการจัดสรรลงมาอย่างเหมาะสม เชื่อว่าหลังจากสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ นักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นพัทยาในโฉมใหม่ ที่มีความสวยงาม เป็นระเบียบ และมีพื้นที่สำหรับประชาชน และนักท่องเที่ยวให้ได้ใช้งานอย่างสะดวกสบาย และครบครันในการพักผ่อน
              ทั้งนี้ นอกจากการปรับภูมิทัศน์ตลอดแนวชายหาดพัทยาแล้ว นโยบายต่อไปก็จะเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ต่อจากการซ่อมเสริมชายหาดให้มีความกว้าง 35 เมตร เช่นเดียวกับชายหาดพัทยา ซึ่งเริ่มดำเนินการไปแล้วในปีนี้ ตลอดระยะทาง 7 กิโลเมตร ซึ่งการปรับปรุงภูมิทัศน์ก็จะมีการเพิ่มพื้นที่การจราจร และจุดจอดรถ รวมทั้งพื้นที่ในการจัดตั้งศูนย์กีฬาทางน้ำและชายหาด ซึ่งนายกเมืองพัทยา หมายมั่นว่าจะผลักดันให้เมืองพัทยากลายเป็นสนามในการจัดแข่งขันกีฬาทางน้ำ และชายหาดทุกชนิด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือสปอร์ตทัวริซึม จากนั้นก็จะยกระดับสู่การเป็นโอลิมปิกซิตี้ต่อไป