มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลี ซุกรี่ จัดงานสายธารศรัทธา แซ็คมูฮำหมัดอาลี ซุกรี่ ปี 63 เชิญชวนพี่น้องชาวมุสลิม ร่วมกันบริจาคกำลังทรัพย์สมทบ เพื่อบำรุงศาสนสถาน และนำไปใช้ส่งเสริมการศึกษาทางด้านศาสนา และจริยธรรมแก่เยาวชน

             (25 กันยายน 2563) ที่ มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลี ซุกรี่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานสายธารศรัทธา แซ็คมูฮำหมัดอาลี ซุกรี่ ปี 63 โดยมีนายรณกิจ เอกะสิงห์ และนายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา รวมทั้ง นายยะยา เซนสุรีย์ สมาชิกสภา อบจ.ชลบุรี ในฐานะตัวแทนจาก อบจ.ชลบุรี นำพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง
               ซึ่งก่อนที่พิธีเปิดจะเริ่มขึ้น คณะกรรมการมัสยิดฯ ได้เชิญให้อาจารย์อาราก้อน โพธิ์ทอง อาจารย์ผู้สอนศาสนา ขึ้นมาอ่านพระคัมภีร์อัลกุรอานให้ประชาชนผู้มาร่วมงานมีโอกาสได้สดับรับฟังพระวัจนะของพระศาสดา ต่อจากนั้นฮัจยีอีหม่ามมูฮัมหมัด สุไลมาน ประธานจัดงานฯ จึงได้ขึ้นกล่าวรายงานถึงความเป็นมาของการก่อสร้างมัสยิด และวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการดึงให้พี่น้องชาวมุสลิม ให้มีโอกาสร่วมกันในการทำนุบำรุงศาสนสถาน รวมทั้งเงินบริจาคบางส่วน ยังจะถูกนำไปใช้ส่งเสริมการศึกษาทางด้านศาสนา และจริยธรรมให้แก่เยาวชน อันเป็นการเผยแพร่ และสร้างศรัทธาให้เกิดเแก่ชาวมุสลิมรุ่นใหม่
             ทั้งนี้นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ยังได้กล่าวให้โอวาทแก่เยาวชนมุสลิมให้หมั่นศึกษาธรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดีตามคำสอนของพระศาสดา รวมทั้งชนชาวมุสลิมเองก็ให้ช่วยกัน นำเอาวิสัยทัศน์ของกรมการศาสนา ในการส่งเสริม และสร้างความสมานฉันท์ทั้งแผ่นดิน ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม ก็ได้นำเอาแนวทางดังกล่าว มาใช้เป็นทิศทางในการสร้างความเข้มแข็งของศาสนา เพื่อขับเคลื่อนให้เกิด สังคมคุณธรรม อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทั้งบ้าน วัดหรือในศาสนาอิสลามก็คือ มัสยิด และโรงเรียน อันจะเป็นการนำไปสู่การสืบทอดให้ศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไปอีกด้วย