รองผู้การชลบุรี ประชุมชุดสืบสวนเร่งหาความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกปล้นบ้านหรูนักท่องเที่ยวจีนหอบเงินล้านหลบหนี

            จากกรณีที่มีเหตุปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวจีน เมื่อวันที่ 7 ก.ย.63 โดยเหตุเกิดที่หมู่บ้านสยาม รอยัลวิว หลังที่ 126 บ้านเลขที่ 78/179 ม.10  ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งพบนายซูชิฮง อายุ 38 ปี สัญชาติจีน และนายซูหลงชาง อายุ 31 ปี สัญชาติจีน อยู่ภายในบ้านพัก ได้ให้การโดยผ่านล่ามว่าตนได้ถูกกลุ่มคนร้ายเป็นชายไม่ทราบสัญชาติ จำนวน 5 คน เข้ามาภายในบ้านพัก แล้วจับ 2 คนมัดมือมัดเท้า พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนจี้บังคับ แล้วได้รื้อค้นตามห้องต่างๆ และได้งัดที่ห้องเก็บตู้เชฟ และบังคับให้นายซูชิฮงเปิดตู้เซฟ และได้เงินไปจำนวนประมาณ 3 ล้านบาท เมื่อได้ทรัพย์สินเป็นเงินไป กลุ่มคนร้ายทั้งหมดได้หลบหนีไป ต่อมามีนายพลเชษฐ์ จ่าเตะแอ ซึ่งเป็นคนขับรถให้นายซูชิฮง ได้กลับมาที่บ้านที่เกิดเหตุได้พบเหตุการณ์ จึงได้แจ้ง รปภ.ของหมู่บ้านเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น
             ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (14 ก.ย.63) พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมาประชุมสรุปความคืบหน้าคดี ที่ห้องประชุม สภ.หนองปรือ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค2 ชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี ชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

            ภายหลังจากประชุมกว่า 2 ชม. พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดทำงานได้ร่วมกันสืบสวนคดีนี้อย่างต่อเนื่อง โดยได้ข้อมูลประกอบมาพอสมควร ล่าสุดได้มีการจำลองสถานการณ์ที่คนร้ายบุกปล้นตามคำให้การของผู้เสียหาย แต่ก็ยังมีประเด็นต้องสงสัยอยู่อีกมาก ทั้งเรื่องการเส้นทางเข้ามาของคนร้าย จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ในช่วงเวลา 19.00 – 21.00 น. มีรถยนต์ต้องสงสัยอยู่ 3 – 4 คัน ที่คาดว่าเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ และจากการตรวจสอบทางเข้าหมู่บ้านพบว่าเป็นเส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านปิด คนนอกเข้าออกค่อนข้างยาก มี รปภ.ตรวจสอบอย่างดี ส่วนร่องรอยการปีนเข้ามาบริเวณด้านหลังบ้าน ตรวจสอบแล้วพบร่องรอยการปีนบางส่วน และพบร่องรอยกุญแจบ้านตก ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานได้เก็บบันทึกไว้ตรวจสอบ
              สำหรับแนวทางการสืบสวนตอนนี้ อันดับแรกคือการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ต่อมาคือการหาพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งคนจีน หรือบุคคลอื่น โดยจะต้องตรวจสอบเส้นทางแหล่งที่มาของเงินที่สูญหายไป เนื่องจากจำนวนของเงินที่สูญหายยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนชัดเจน ซึ่งจากการสอบปากคำผู้เสียหายยังไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร โดยเจ้าหน้าที่มุ่งประเด็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายที่ทราบว่า มีการเก็บเงินจำนวนมากไว้ในบ้านหลังดังกล่าว ขณะที่ผลการตรวจ DNA ก็ยังไม่ปรากฎเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.จะเดินทางมาติดตามคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
             จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ทราบว่า ผู้เสียหายชาวจีนเข้ามาทำธุรกิจสีเทาในประเทศไทย และจำนวนเงินที่สูญหายไปอาจจะมีจำนวนมหาศาล มากกว่าที่ผู้เสียหายได้แจ้งความไว้
Advertisement