รอง ผบ.ตร.รุดตรวจสอบ พร้อมประชุมเครียดสรุปความคืบหน้าคดีกลุ่มคนร้ายบุกปล้นบ้านหรูหอบเงินหลายล้านหนีลอยนวล

            จากกรณีเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์ นายซูชิฮง อายุ 38 ปี และนายซูหลงชาง อายุ 31 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 78/179 (หมู่บ้านสยามรอยัลวิว ซอยเขาตาโล) หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้เงินสดในตู้เซฟจำนวนกว่า 3 ล้านบาท เมื่อช่วง 21.30 น. วันที่ 7 ก.ย.63 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
               ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.  วันที่ 9 ก.ย.63 ที่ สภ.หนองปรือ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมีตำรวจสืบสวนภาค 2 ชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี ชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยวิทยาพิสูจน์หลักฐานภาค 2 เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
           โดยภายหลังจากใช้เวลาประชุมเครียดกว่า 2 ชม. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ได้เรียกประชุมหน่วยงานตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมด เพื่อสรุปความคืบหน้าคดีและพยานหลักฐานต่างๆ จากนั้นได้แบ่งหน้าที่การทำงานในแต่ละภาคส่วน เพื่อเร่งหาพยานหลักฐาน ในการสรุปความคืบหน้าของคดีและข้อเท็จจริง
            โดยในเบื้องต้น คดีนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำกล่าวอ้างของผู้เสียหายก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งการสอบปากคำผู้เสียหาย และพยานแวดล้อม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อเหตุให้ชัดเจนมากที่สุด
             จากการสอบปากคำผู้เสียหาย ทราบว่า คนร้ายมีด้วยกัน 5 คน แต่งกายมิดชิด มีการปิดบังใบหน้า และมีการพูดภาษาอังกฤษบ้างบางคำ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายเป็นชาวไทย หรือต่างชาติ ซึ่งเป็นเพียงคำให้การเบื้องต้น จะต้องทำการสอบปากคำผู้เสียหาย และพยานแวดล้อม โดยละเอียดอีกครั้งในประเด็นต่างๆ เพิ่มเติมที่ตกหล่นไป เพื่อตรวจสอบว่าคำให้การของผู้เสียหายและพยานตรงกันหรือไม่อย่างไร
              นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติผู้เสียหายเบื้องต้น พบว่า เปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวเครื่องสำอางโดยมีการเชื่อมโยงกับบริษัทที่ประเทศจีน ซึ่งอย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบประวัติอื่นๆ เช่น การเข้าออกประเทศไทย ประวัติการกระทำความผิดด้านอาชญากรรม โดยหลังจากนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้ทำงานกันสักระยะ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมสรุปความคืบหน้าของคดีนี้อีกครั้งต่อไป
Advertisement