สภ.เมืองพัทยา เข้มมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ บูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตรวจพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังการก่อเหตุ

             (21 ส.ค.63) พ.ต.ท.นิทัศน์ แหวนประดับ รอง ผกก.(ป.) สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยถึงการป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้ ซึ่งมีข่าวการวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ใกล้เคียง ว่า สภ.เมืองพัทยาได้มีการปรับแผนการป้องกันและปราบปรามให้มีความเข้มข้นขึ้น โดยได้มีการนำสถิติการเกิดเหตุที่ผ่านมานำมาวิเคราะห์ เพื่อให้ทราบถึงช่วงเวลาและพื้นที่ที่เกิดเหตุอาชญากรรมบ่อยครั้ง ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา ซึ่ง สภ.เมืองพัทยามีเขตพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 8 เขตตรวจ โดยเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบ่อยจะอยู่ในพื้นที่เขต 7 ตั้งแต่โค้งดงตาลไปสุดจอมเทียน ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุอาชญากรรมบ่อยครั้งจะเป็นช่วงเวลา 17.00 น.ไปจนถึงช่วงเวลา 19.00 น.
           ทั้งนี้หลังพบสถิติการก่อเหตุอาชญากรรมในพื้นที่เขต 7 ก็ได้มีการปรับแผนการป้องกันของเจ้าหน้าที่สายตรวจในการเข้าพื้นที่ประจำจุดและออกตรวจพื้นที่ที่เกิดเหตุมากยิ่งขึ้น พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ร้อยเวรสายตรวจ จำนวน 2 คัน ออกตรวจพื้นที่ด้านเหนือและด้านใต้ เพื่อคอยระวังการก่อเหตุอาชญากรรม ซึ่งหากในพื้นที่ไหนมีการเกิดเหตุอาชญากรรมซ้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตรับผิดชอบนั้นจะถูกลงโทษ นอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ สภ.เมืองพัทยาได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจร้านค้าทอง พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษนอกเครื่องแบบและกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน สามารถนำอาวุธปืนยาวเข้าร่วมตรวจร้านทอง พร้อมกันนี้ยังได้บูรณาการเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรร่วมออกตรวจร้านทองและธนาคาร ซึ่งพอมีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจพื้นที่บ่อยครั้ง ส่งผลทำให้พื้นที่รับผิดชอบสภ.เมืองพัทยายังไม่พบมีการก่อเหตุอาชญากรรมวิ่งราวทรัพย์ ปล้นร้านทองและธนาคารแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็ไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด ยังมีการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดต่อไปเพื่อไม่ให้การ์ดในการป้องกันเหตุตก
              พ.ต.ท.นิทัศน์ เปิดเผยต่ออีกว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาด ส่งผลทำให้เศรษฐกิจซบเซา ทำให้มีคนตกงานเป็นจำนวนมาก มีการก่อเหตุอาชญากรรม ฉกชิงวิ่งราวเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ใกล้เคียง โดยผู้ก่อเหตุบางรายไม่ได้เป็นคนร้ายโดยอาชีพและไม่คิดที่จะก่อเหตุแต่อย่างใด แต่พอไม่มีรายได้ ไม่มีเงินมาเลี้ยงชีพ ก็มีการก่อเหตุอาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังเป็นห่วงผู้ประกอบการร้านค้าทอง ด้วยราคาทองที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึงบาทละ 30,000 บาท อาจจะเป็นแรงจูงใจให้คนคิดก่อเหตุอาชญากรรมขึ้น ซึ่ง ผกก.สภ.เมืองพัทยาได้มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามการก่อเหตุในร้านค้าทองในเขตพื้นที่รับผิดชอบด้วยการจัดทำแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าทองคอยแจ้งเหตุ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถแจ้งมายังสภ.เมืองพัทยาได้ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจะเข้าช่วยเหลือในเวลาที่รวดเร็ว
               ทั้งนี้อยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนช่วยกันป้องกันตัวเองก่อน และร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่หากพบเห็นเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที
Advertisement