คืบหน้ากรณีพบศพสาวถูกฆ่าเปลือยทุบหัวน่วมหน้าเละในป่ารก กางเกงถูกถอดออก แม่และสามีกล่าวทั้งน้ำตาว่า ผู้ตายเป็นแบบนี้ยังทำลงคอ วอนตำรวจจับให้ได้

          จากกรณีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่าพบคนถูกฆ่าเสียชีวิตในป่าข้างทาง ริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ฝั่งเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 2 ตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นถนนลูกรังไม่ค่อยมีบ้านคน ข้างทางเป็นป่ารกร้าง มีกองขยะที่มีคนเอามาทิ้งไว้ พบศพหญิงสาวอายุประมาณ 25 – 30 ปี นอนเสียชีวิตตรงทางเข้าป่า สภาพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีเหลืองแขนสั้น (ปั่นเพื่อพ่อ) เสื้อถูกถลกขึ้น กางเกงขาสั้นสีขาวถูกถอดไปกองไว้ที่ข้อเท้าขวา มีกางเกงยืดสีดำอีกชั้นถูกถอดลงมาเห็นอวัยวะเพศ ใบหน้าและศรีษะถูกของแข็งตีศรีษะแตกในหน้าบวมเลือดออกที่หู มือขวากำหลอดกาแฟสีเขียวแน่น ข้างศพพบรองเท้าแตะสีเหลืองหูคีบสีแดง ตกอยู่ ต่อมาได้มีนางเพลิน สาหร่ายทอง อายุ 50 ปี แม่ผู้ตายและนายสำรวย เจิมขุนทด อายุ 41 ปี สามีผู้ตายได้มาดูภาพและยืนยันว่าผู้ตายชื่อ น.ส.ชลธิชา นิลทนนท์ อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา
             ล่าสุดวันนี้ (11 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่ห้องเช่าหลังวัดต้นสน เขตเทศบาลเมืองชลบุรี พบนางเพลิน สาหร่ายทอง อายุ 50 ปี แม่ผู้ตาย ได้เผยว่าผู้ตายป่วยเป็นจิตเวช ชอบหายออกจากบ้านเป็นประจำ แต่ช่วงหลังอาการก็ดีขึ้นเยอะแล้ว เมื่อก่อนถ้าอาการกำเริบจะเดินแก้ผ้า เคยนำไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญามาแล้ว เดินไปไกลบางครั้งก็หลายวัน เคยเดินไปถึงอำเภอบ้านบึง ระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร มารู้ตอนตำรวจโทรมาบอกว่าลูกสาวถูกฆ่าตายตนยังไม่เชื่อเลย ทำใจไม่ได้ ลูกสาวเป็นแบบนี้แล้วแทนที่จะช่วย แต่ยังฆ่าได้ลงคอ ถ้าเป็นญาติคนทำบ้างจะรู้สึกยังไง
             ขณะที่นายสำรวย เจิมขุนทด อายุ 41 ปี สามีผู้ตาย เปิดเผยว่า วันนั้นผู้ตายหายไปประมาณ 3 ทุ่มเศษ ก็ออกตามหาเขตในเมือง หลายชั่วโมงไม่เจอ ไม่คิดว่าจะไปถึงโน่น อยู่ด้วยกันมา 5 – 6 ปีแล้ว มีลูกชายด้วยกัน ยังทำใจไม่ได้ เรื่องงานศพยังไม่ได้คิด เพราะต้องรอรับศพจากโรงพยาบาลตำรวจก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะเผาวัดไหน

              ด้าน พ.ต.อ.สุริยา อยู่แพทย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี เผยว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ตายถูกข่มขืนหรือไม่ ตอนนี้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แล้วเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและร่องรอยการถูกข่มขืนว่ามีหรือไม่ ตอนนี้ได้สั่งการให้ตำรวจสืบสวนภูธรเมืองชลบุรี แบ่งกำลังออกดูภาพจากกล้องวงจรปิดเส้นทางเข้าที่เกิดเหตุ เพื่อจะดูว่าผู้ตายมากับใคร เพราะเส้นทางนี้จะไม่ค่อยมีชาวบ้านผ่านเข้ามามากนัก และจะได้ประชุมตำรวจชุดสืบสวนทุกชุดเร่งรัดติดตามคนร้ายเพื่อจับกุมให้ได้โดยเร็ว