Differ ปรับโฉมใหม่เอาใจนักเที่ยว ภายใต้วิถี New Norm เพิ่ม 2 สเตจ รับนักท่องเที่ยวตามมาตรการเว้นระยะห่าง และปิดบริการเที่ยงคืนตามมาตรการภาครัฐ

             (20 ก.ค.63) นายสุรใจ อัตตนาถ หนึ่งในผู้บริหาร Differ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพ็ชรตระกูล เยื้องศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า พัทยา เปิดเผยกับทีมข่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดให้บริการ ภายหลังรัฐบาลประกาศคลายล็อค ว่า Differ กำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 นี้ โดยได้ดำเนินการตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องของการตรวจวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือตามจุดต่าง ๆ การสแกนคิวอาร์โค้ดไทยชนะ เป็นต้น แต่ก็กำชับให้ลูกค้าทุกคนที่เข้าใช้บริการสวมใส่หน้าการอนามัยด้วย
           นอกจากนี้ยังได้ปรับลดปริมาณโต๊ะให้เหลือน้อยลง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเว้นระยห่างทางสังคม 2 เมตร จากเดิม 160 โต๊ะ เหลือเพียง 40-50 โต๊ะ นั่งได้โต๊ะละไม่เกิน 5 คน ทั้งนี้ได้ทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่ เพื่อให้บริการลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการได้อย่างทั่วถึง ดิฟเฟอร์ในมิติใหม่ จึงได้จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน เพื่อป้องกันการแออัด คือ Main Stage สำหรับ ดี.เจ.เปิดแผ่น และโซน Live Stage ซึ่งจะเป็นวงดนตรีเล่นสด ในส่วนของการใช้ภาชนะต่าง ๆ เริ่มจากแก้ว จะมีการซีลไว้ 1 คนต่อ 1 แก้ว แต่สามารถเปลี่ยนได้ และเพื่อเป็นการขานรับนโยบายรัฐบาลในการให้สถานบันเทิงปิดบริการไม่เกินเที่ยงคืน ทางดิฟเฟอร์เองก็ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. ดังนั้นจึงอยากให้นักท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเที่ยวด้วย
              นายสุรใจ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากลุ่มเป้าหมายของดิฟเฟอร์ส่วนใหญ่เป็นนักเที่ยวชายไทยประมาณ 70-80% ส่วนที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ในยุค New Norm อาจทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเหลือเพียง 60-70% ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในเขตเมืองพัทยา แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้รายได้จะหายไป แต่ในส่วนของพนักงานยังคงเดิม เนื่องจากทุกคนต่อสู้ฝ่าฟันมาด้วยกันมานาน จนผ่านพ้นวิกฤตไวรัสโควิด-19 มาได้ระดับหนึ่ง และอาจจะมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากการเพิ่มโซนใหม่เข้ามา

Advertisement