ประธานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ พร้อมช่วยเหลือทุกภาคส่วนที่ร้องขอสนับสนุนผลิตภัณฑ์พลาสต์พืช แต่ทุกอย่างมีข้อจำกัดและเป็นไปตามความเหมาะสมและความสำคัญก่อน-หลัง ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน

              น.ส.สุภาดา วงศ์ซิ้ม ประธานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ Rubbish Communication เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ปรับเปลี่ยนและดัดแปลง “ถุงขยะกินได้” ซึ่งมีวัตถุดิบหลักทำมาจากพืช 100% ผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติก ที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสามารถย่อยสลายได้ภายใน 3-6 เดือน ภายใต้ชื่อ “พลาสต์พืช” เป็นอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหน้ากากอนามัย ถุงมือ หมวกคลุมผม รองเท้า และชุดป้องกันส่วนบุคคล หรือชุด PPE ที่มีทั้งแบบชุดหมี ที่ใช้สำหรับแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และชุดกาวน์สำหรับบุคลากรทั่วไป ที่ปฏิบัติงานดูแลและรักษาผู้เข้าข่ายต้องระวังการติดโรคระบาด เพื่อสนับสนุนและแจกจ่ายให้กับหน่วยงาน หรือกลุ่มบุคคลที่สนใจหรือขาดแคลนนำไปใช้ในภารกิจกู้วิกฤตไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนไปแล้วมากมายหลายแห่ง
             ประธานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ Rubbish Communication เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้เปิดช่องทางการติดต่อขอรับการสนับสนุนชุด PPE พลาสต์พืช เพื่อนแพทย์ เพื่อนจิตอาสา ผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1. ติดต่อผ่านศิลปินใจบุญ เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล 2. ติดต่อผ่านนายสมศักดิ์ สุขสำราญ นายกสมาคมอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) และ 3. ติดต่อผ่านองค์กรสื่อสารด้านการขยะ Rubbish Communication ซึ่งจะมีการพิจารณาการช่วยเหลือตามความสำคัญก่อน-หลัง เพราะต้องคำนึงถึงเรื่องการช่วยเหลือที่ตรงจุดหมาย และกำลังเป็นที่ต้องการของสังคมและประเทศชาติ ตามสถานการณ์ปัจจุบันเป็นหลัก
             ทั้งนี้ พบว่ามีรายการขอรับการสนับสนุนโดยรับประสานงานไปยังสถานพยาบาล และโรงพยาบาลต่าง ๆ ตามที่มีรายการที่ยังไม่ได้ส่งมอบให้นั้น ทางองค์กรฯ ต้องขออภัยในความล่าช้าและไม่ตามความหวัง เนื่องด้วยหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขึ้น รัฐบาลได้ทำการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. เพื่อกำกับดูแลและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในประเทศ โดยได้กำหนดให้เมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) รวมกว่า 10 แห่ง โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) ได้ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างหนัก และพบว่ายังมีความขาดแคลนในอุปกรณ์ทางการแพทย์ องค์กรฯ จึงร่วมสนับสนุนภารกิจนี้กับทางเมืองพัทยาและ ศบค.
           เพราะด้วยความสำคัญของเจ้าหน้าที่ด่านหน้า State Quarantin ต้องมาก่อน เพราะมีความจำเป็นมากกว่าสถานพยาบาล หรือโรงพยาบาลอื่น เพราะต้องรับผิดชอบดูแลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยตรงจากคำสั่งของรัฐบาล และเนื่องด้วยยังติดในเรื่องเครื่องหมาย อย. ที่กำลังพิจารณาเอกสารจากองค์การอาหารและยา เพื่อการันตีมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้รับเกิดความไม่สบายใจและไม่มั่นใจ ก็ขอส่งมอบให้กับผู้ที่มั่นใจในผลิตภัณฑ์ไปก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงประเด็น และเมื่อได้ตรา อย.แล้วจะรีบจัดส่งตามไปอย่างแน่นอน ซึ่งต้องเป็นไปตามลำดับความสำคัญก่อน-หลัง เพราะนอกจากให้ความร่วมมือกับภาครัฐซึ่งเป็นการทำงานในระดับชาติแล้ว ที่สำคัญคือยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยจัดการและลดปริมาณขยะติดเชื้อ ซึ่งสำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ที่องค์กรฯ ได้ร่วมงานกันมาตลอดเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ ถือว่าตรงวัตถุประสงค์และได้ประโยชน์ในเชิงประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม
Advertisement