ศปน.ตร.ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 2 บุกทลายแก๊งเงินกู้ผ่านแอพพลิเคชั่น รวบ 2 หนุ่มแดนมังกรที่พัทยา ยึดเงิน 22 ล้านบาท

          เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 22 มิ.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ป้องกันปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ “ศปน.ตร.” โดยการนำของ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. เดินทางมาประสาน พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.ดุลยพัฒน์ เตชพรชยาสินธ์ หน.ชุดปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย บก.สส.ภ.2 นำกำลังตำรวจพร้อมหมายจับ เข้าจับกุมนาย LANG ZHU (ล่าง จู) อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.277/2563 กับนาย SONG SONG ZHU (ซง ซง จู) อายุ 28 ปี สัญชาติจีน ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือที่ จ.342/2563 ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ขณะกำลังนั่งอยู่ที่หน้าโรงแรมริเวียร่า วงศ์อมาตย์ บีช ซอย 16 ถนนพัทยานาเกลือ หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
            ต่อมาตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจค้นที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 206/57 ถนนพัทยากลาง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนเช่าไว้เป็นที่ทำงาน พบพนักงานชายหญิงชาวไทยจำนวน 10 คน กำลังนั่งทำงานติดต่อทวงหนี้อยู่ เจ้าหน้าที่จึงยึดเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ค รวม 22 เครื่อง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ และยึดบัญชีธนาคารที่มีเงินหมุนเวียนประมาณ 22 ล้านบาท นอกจากนี้ตำรวจยังเข้าตรวจค้นบริษัททวงถามหนี้ย่านโชคชัย 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัททวงถามหนี้ที่แอปพลิเคชั่นTRUE CASH PRO ว่าจ้างให้ทวงถามหนี้แทน พบกรรมการบริษัทฯ และพนักงาน จำนวน 6 คน กำลังทำการติดต่อทวงถามหนี้กับลูกหนี้อยู่ จึงคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกับเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
            พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. กล่าวว่า สืบเนื่องจาก ศปน.ตร. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ว่าได้กู้ยืมเงินผ่านแอพพลิเคชั่น TRUE CASH PRO ซึ่งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยวิธีการจะให้ผู้กู้ติดตั้งแอพพลิเคชั่น ลงในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นจะให้กรอกเบอร์โทรศัพท์ กรอกชื่อ ข้อมูลส่วนตัว เงินเดือน บิลค่าไฟ อาชีพ รายได้ และให้ยินยอมใส่เบอร์โทรผู้ติดต่อ และใส่บัญชีธนาคารที่จะโอนเงินชำระเงินกู้ และดอกเบี้ย เมื่อกู้ผ่านแล้วจะถูกหักค่าธรรมเนียม 22-28 เปอร์เซ็นต์ แต่ลูกหนี้ยังต้องชำระเงินเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระตามกำหนดเวลา จะมีการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ด่าทอ คุกคาม และมีการส่งข้อความ SMS เกี่ยวกับการเป็นหนี้ให้แก่บุคคลที่สาม ทำให้ผู้กู้ได้รับความอับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง จากการสืบสวนพบว่า TRUE CASH PRO ดำเนินการโดยกลุ่มนายทุนต่างชาติ มีเงินหมุนเวียนในระบบต่อเดือน สูงถึงกว่า 100 ล้านบาท มีบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องในระบบหลายสิบบัญชี และมีบัญชีลูกหนี้นับหมื่นราย
            จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการโอนย้ายเงินไปยังบัญชีต่างๆ อย่างสลับซับซ้อน แบ่งบัญชีเงินฝากเป็นกลุ่มต่างๆ ตามลักษณะการใช้งาน คือบัญชีสำหรับรับโอนชำระหนี้, บัญชีสำหรับโอนเงินกู้ให้ลูกค้า, บัญชีสำหรับเพิ่มทุนในระบบ และบัญชีสำหรับแบ่งผลประโยชน์ และยังมีการว่าจ้างบริษัททวงถามหนี้ทวงหนี้แทน เพื่อปกปิดอำพรางความผิด ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีการว่าจ้างบริษัททวงหนี้แห่งหนึ่ง ย่านโชคชัย 4 ให้ดำเนินการทวงถามหนี้ให้ โดยได้รับรายชื่อลูกหนี้ ให้ติดตามเดือนละประมาณ 5,000 ราย โดยทาง TRUE CASH PRO จะจ่ายค่าจ้างให้รายละ 580 บาท หากสามารถเก็บเงินกู้ได้ครบตามจำนวน สำหรับในส่วนของบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นพบว่ามีชาวจีนเกี่ยวข้องหลายราย ทำหน้าที่ทั้งในส่วนที่เป็นผู้บริหาร ผู้จัดการ และเจ้าของบัญชี กก.5 บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานการกระทำความผิดของผู้เกี่ยวข้อง และได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลแขวงพระนครเหนือ จำนวน 7 ราย และเข้าทำการตรวจค้นที่ตั้งบริษัท TRUE CASH PRO และที่พักผู้ต้องหาที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และบริษัทรับจ้างทวงหนี้ย่านโชคชัย 4 ดังกล่าว
           อย่างไรก็ตามประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 1 อาคาร กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1599 และ 0 2255 1898 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement