วงจรปิดจับภาพไอ้อู๋ กระทืบ ปาดคอ แม่ค้าร้านขายของชำ วัย 68 ปี ชิงทรัพย์อย่างทารุณ

             จากกรณีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 เกิดเหตุคนร้ายทราบชื่อคือนายอู๋ เข้าไปก่อเหตุ ทำร้าย ใช้อาวุธปาดคอ นางวิรัตน์ วิจิตรสมบัติ อายุ 68 ปี เจ้าของร้านขายของชำ แล้วชิงทรัพย์ เอาเงินสดประมาณ 20,000 บาท อย่างโหดเหี้ยมทารุณ ที่บ้านเลขที่ 323/36 ม.13 ภายในซอยสุขุมวิท 71 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่ผู้เสียหายไหว้อ้อนวอนขอชีวิตจึงรอดมาได้ แล้วมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำตัวส่งโรงพยาบาล ในสภาพอาการสาหัส เลือดไหลอาบไปทั่วลำตัว ด้านเจ้าหน้าตำรวจ สภ.บางละมุง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อม ปูพรมไล่ล่า แต่ก็ยังไร้วี่แวว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
             ล่าสุดวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยกล้องวงจรปิดภายในร้านที่เกิดเหตุ ซึ่งสามารถบันทึกภาพวินาทีชีวิตของนางวิรัตน์ วิจิตรสมบัติ อายุ 68 ปี เจ้าของร้านขายของชำผู้เคราะห์ร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน มีความยาวประมาณ 3 นาที โดยคนร้ายเป็นผู้ชายรูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงขาสั้น เดินเข้าไปภายในร้าน รัวหมัดใส่ผู้เสียหายอย่างไม่ทันตั้งตัว แล้วใช้อาวุธที่ถือภายในมือจ้วงแทงเข้าหลายที ซึ่งผู้เสียหายพยายามปัดป้อง ผู้ก่อเหตุจึงดึงประตูม้วนหน้าร้านปิดลง แล้วหันกลับมาใช้อาวุธจี้บังคับก่อนจะมีการยื้อแย้งชุดเอี๊ยมกันเปื้อนที่ผู้เสียหายใส่เงินที่ได้จากการขายสินค้าไว้
           แต่ถึงแม้ว่าคนร้ายจะได้ทรัพย์สินไปแล้ว ก็ยังไม่สาแก่ใจหันกลับมาทำร้ายผู้เสียหายอย่างโหดเหี้ยมทารุณอีกครั้ง โดยใช้เท้ากระทีบไปที่ร่างของนางวิรัตน์หลายครั้ง กระหน่ำแทงแล้วเฉือนเข้าที่ลำคอ จนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้น คนร้ายยังใช้เท้าเหยียบอยู่บนลำตัวของผู้บาดเจ็บ แล้วหยิบน้ำดื่ม ชำระล้างร่างกายที่เปื้อนเลือด ถอดเสื้อเช็ดแล้วกระทืบนางวิรัตน์อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกประตูด้านหน้า แล้วขี่จักรยานหลบหนีไป ส่วนผู้บาดเจ็บได้พยุงร่างอันบอบช้ำโชกเลือดมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน
              อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของคนร้ายถือว่าโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวแล้วคือ นายสมศักดิ์ ทิพย์ประภาแย้ม หรืออู๋ อายุ 41 ปี หลังก่อเหตุได้ขี่จักรยานยหลบหนีไปจอดทิ้งไว้ แล้วไปซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนใหม่ใกล้เคียงตลาดวัดชัยมงคล คาดว่ายังกบดานอยู่ในพื้นที่ไม่กล้าออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสถานีตำรวจใกล้เคียง ให้ช่วยสังเกตุคนร้ายรายนี้ซึ่งเป็นบุคคลอันตราย เพื่อความปลอดภัยของประชาชน หากใครมีเบาะแสผู้ก่อเหตุที่มีรูปพรรณสันฐานใกล้เคียงกับคนร้าย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงได้ทันที เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

(ชมคลิป)

Advertisement