เรือประมงถูกเรือบรรทุกก๊าซชนแล้วหนีกลางทะเล ศรชล.ภาค 1 เข้าติดตามช่วยเหลือ

            (18 มิ.ย.63) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดชุมพร (ศรชล.จังหวัดชุมพร )ได้รับแจ้งจากนางรุ่งระวี มูลเกตุ เจ้าของเรือประมง ต.โชครุ่งระวี 2 ซึ่งเป็นเรือปั่นไฟ ขนาด 22 ตัน ได้ถูกเรือบรรทุกก๊าซชนกลางทะเลชุมพร ขณะจอดเรือทิ้งสมอ ห่างฝั่ง 67 ไมล์ ลูกเรือปลอดภัย ส่วนเรือคู่กรณีชนแล้วหลบหนี ทราบต่อมาชื่อเรือ PILATUS 51 เป็นเรือบรรทุกก๊าซที่ชน เรือ ต.โชครุ่งระวี 2 จนตัวเรือได้รับความเสียหาย มีน้ำเข้าภายในเรือ มีเรือประมงในชุดเดียวกัน 2 ลำ ที่อยู่ใกล้เคียงเข้าช่วยสูบน้ำออกจากตัวเรือ และเรือ ต.โชครุ่งระวี 149 เป็นเรือแม่ ช่วยลากเข้าฝั่งที่ปากน้ำชุมพร เพื่อซ่อมทำที่คานเรือ อ.เมือง จ.ชุมพร โดยเจ้าของเรือ ต.โชครุ่งระวี 2 ได้ร้องขอความช่วยเหลือให้ ศรชล.ภาค 1 ติดตามเรือคู่กรณีให้มารับผิดชอบค่าเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
            หลังรับแจ้ง พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้สั่งการให้ ศรชล.จังหวัดชุมพร โดย นาวาเอก กิตติพงษ์ พุ่มสร้าง รอง ผอ. ศรชล.จังหวัดชุมพร ประสานให้การช่วยเหลือ โดยให้เจ้าของเรือเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ. ปากน้ำชุมพร และบูรณาการร่วมกับ สำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล เขตท่าเรือ
ศรีราชา (VTS) และศูนย์ควบคุมการแจ้ง เข้า-ออกเรือประมงจังหวัดชุมพร ตรวจสอบข้อมูลเส้นทางเดินเรือบรรทุกก๊าซและเรือประมง ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าว

              พบเรือต้องสงสัยที่ชนกับเรือประมง ต.โชครุ่งระวี 2 คือ เรือ PILATUS 51 (หมายเลข IMO 9016284 MMSI 567002450) เป็นเรือกลเดินทะเล บรรทุกก๊าซเหลว ออกเดินทางจากท่าเรือมาบตาพุด จ.ระยอง ไปยังท่าเรือพาณิชย์ จ.สงขลา ศรชล. จังหวัดชุมพร จึงได้ติดต่อประสานตัวแทนบริษัท เจ้าของเรือ เพื่อแจ้งประกันภัยของเรือ PILATUS 51 ให้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ สภ.ปากน้ำชุมพร จะได้เชิญคู่กรณีมาตกลงค่าเสียหายชดเชยให้กับเจ้าของเรือประมงลำดังกล่าวต่อไป
ภาพ ข่าว : กองสารนิเทศ ฝอ.สน.ศรชล. ภาค 1