ภาคธุรกิจมองการท่องเที่ยวพัทยายังไม่คึกคักแม้ภาครัฐประกาศคลายล็อคระยะ 4 คาดต้องรอถึงปี 64 แนะภาครัฐต้องยื่นมือเข้าช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศแก้วิกฤต

             นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี เปิดเผยถึงมุมมองของเมืองพัทยาในโอกาสที่การท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมถึงแผนและตลาดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสู่พื้นที่หลังจากที่รัฐบาลได้มีการประกาศจะมีการผ่อนปรนในระยะที่ 4 และการยกเลิกเคอร์ฟิวในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจหลากหลายประเภทกลับมาดำเนินได้ตามปกติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวหลังจากปิดตัวมานาน ว่าสำหรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศที่จะมาท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยานั้นจากการดูสถานการณ์ และการประสานงานคาดว่าจะยังคงจะไม่มีการเดินทางข้ามประเทศอย่างแน่นอนในช่วงเวลาอันใกล้นี้แน่นอน โดยเร็วสุดอาจจะเป็นในช่วงปลายปี 63 นี้ หรือช้ากว่านั้นก็อาจย่างเข้าสู่ปี 64 อย่างตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่มีการคบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้ก่อนนั้น แต่ด้วยรัฐบาลจีนมีความเข้มงวด หากไม่มั่นใจในการป้องกันก็จะไม่ให้ประชากรจีนออกนอกประเทศแน่นอน โดยรัฐบาลจีนยังคงเน้นย้ำให้ประชากรในประเทศท่องเที่ยวภายในมณฑลเดียวกันไปก่อน ต่อด้วยการท่องเที่ยวข้ามณฑล ส่วนจะให้มีการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยและข้ามประเทศนั้นคงจะเป็นในช่วงตรุษจีนปี 64 ขณะที่ตลาดประเทศอื่นๆ แม้จะมีการประกาศว่าจะเปิดให้มีการเดินทาง แต่จากข้อเท็จจริงของสถานการณ์แล้วน่าจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวข้ามประเทศในเร็ววันนี้แน่นอน
             ในช่วงเวลานี้แม้รัฐบาลไทยจะมีการคลายล็อคในระยะที่ 4 ซึ่งเรื่องนี้มองว่าในส่วนของเมืองพัทยาแล้วคงจะต้องเน้นไปในส่วนของตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลักได้เท่านั้น แต่โรงแรมส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างหัวหิน เขาใหญ่ และเมืองพัทยาเอง ที่บางโรงแรมได้มีการเปิดให้บริการไปแล้ว แต่จากการตรวจสอบก็พบว่าโรงแรมที่เปิดให้บริการเหล่านี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพักเพียงในช่วงวันเสาร์เท่านั้น แต่หลังจากนั้นอัตราการเข้าพักจะเหลือเพียง 10-20% เท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ในส่วนของโรงแรมขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบแอร์แบบชิลเลอร์หรือระบบที่จ่ายความเย็นพร้อมกันทั่วทั้งพื้นที่ของโรงแรม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แม้ว่าจะมีผู้เข้าพักในปริมาณเท่านั้นก็ตาม จึงยังคงไม่สามารถเปิดให้บริการได้แน่นอนเพราะจะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ส่วนหากเป็นโรงแรมขนาดเล็กและมีการจ่ายค่าไฟฟ้าตามเท่ามีการเปิดแอร์จริง คือการติดตั้งแบบห้องต่อห้องก็อาจจะเริ่มเปิดให้บริการได้
              นายธเนศ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ควรดำเนินการในการส่งเสริมการตลาดของเมืองพัทยาในขณะนี้คงจะทำได้แค่การกระตุ้นตลาดในประเทศเป็นเรื่องหลัก เรื่องนี้ที่ผ่านมาได้มีการหารือกับ ททท.พัทยา และได้รับงบประมาณสนับสนุนในการจัดทำ “โครงการพัทยาฮอทดีล” ซึ่งเป็นแผนในการดึงกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศอย่างเดียว โดยการขายผ่านแอพพลิเคชั่น shopee ด้วยการลดราคาสูงสุด 50% อาทิ ราคาห้องพัก 1,000 บาท ลูกค้าจะจ่ายเพียง 500 บาท ส่วนอีก 500 บาท ทาง ททท.จะเป็นผู้อุดหนุนให้ ซึ่งการดำเนินการโครงการดังกล่าวจะช่วยผู้ประกอบการโรงแรมได้บ้างแม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาอีกทางหนึ่ง
            อย่างไรก็ตามแม้หลายพื้นที่ดูว่าการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก นั่นคงเป็นเพราะผู้คนคงอัดอั้นมานาน และเมื่อมีโอกาสก็เร่งเดินทางพาครอบครัวออกมาท่องเที่ยว แต่ก็เป็นความคึกคักในช่วงของวันหยุดเท่านั้น ส่วนการในช่วงของวันธรรมดาก็ยังคงเงียบเหงาเช่นเดิม เรื่องนี้ได้มีการเสนอเรื่องต่อนายกเมืองพัทยา พร้อมได้มีการผลักดันไปทางสมาคมโรงแรมไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา โดยเสนอเรื่องตรงต่อรัฐบาลให้มีการออกนโยบายต่างๆ เพื่อมากระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดาให้มากกว่าวันหยุด เพื่อเป็นการกระจายการท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา ลดความแออัดในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ซึ่งอาจจะออกนโยบายส่งเสริม เช่น หากมีการท่องเที่ยวในวันธรรมดา รัฐอาจจะมีการคืนภาษี หรือมีการสนับสนุนให้มีการใช้จ่ายโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยการคืนเงินให้ 20% รวมไปถึงการส่งเสริมให้มีการจัดประชุมสัมมนาของหน่วยงานภาครัฐเป็นต้น ซึ่งหากภาครัฐไม่มีการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง การท่องเที่ยวหลังจากนี้ก็จะยังคงเงียบเหงา ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการ และแรงงานด้วย ทั้งนี้จากการหารือกับนายกเมืองพัทยานั้นทราบว่าจะมีการนำเสนอแนวคิดดังกล่าวไปถึงนายกรัฐมนตรีต่อไป ขณะที่ในภาคส่วนด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ก็ได้มีการประสานไปยังส่วนกลางควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้รัฐบาลนำแนวคิดดังกล่าวออกไปเป็นนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวเป็นการเร่งด่วน
              ส่วนการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศนั้น ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้มีการหารือเกี่ยวกับแนวคิด “ทราเวลบับเบิ้ล” หรือการจับคู่ประเทศด้านการท่องเที่ยวแล้ว แต่ก็คาดว่าการดำเนินการนี้อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ แม้แต่ประเทศเกาหลีที่คาดว่าจะมีการเดินทางท่องเทียวเกิดขึ้นโดยเร็ว แต่พอมีการคลายล็อคก็มีการติดเชื้อกลับมาอีกจากการท่องเที่ยวผับบาร์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ไม่สามารถควบคุมได้ และหากแม้จะมีการควบคุมได้ และเริ่มจะสามารถทยอยจับคู่ประเทศในการท่องเที่ยวได้ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นในด้านการเดินทาง ด้วยมีมาตรการการเว้นระยะห่าง ที่จะส่งผลให้ตั๋วเครื่องบินมีราคาที่สูงขึ้นเพราะอัตราของผู้โดยสารจะต้องลดลง 50% ซึ่งกรณีนี้แม้ราคาที่พักจะถูกลงหรือเท่าเดิมแต่ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาท่องเที่ยวสูงขึ้น 30-40% ทีเดียว ขณะที่ปัจจัยสำคัญคือเงินในกระเป๋าที่มีอัตราการใช้จ่ายที่น้อยลง ด้วยสถานการณ์ที่ทำให้สภาวะเศรษฐกิจและการประกอบการต่างๆ ต้องหยุดชะงักไปเป็นเวลานาน

Advertisement