กองโรคเอดส์ กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักการสาธารณสุขเมืองพัทยา ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี ในกลุ่มพนักงานเก็บขยะ หลังพบเป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มอันตราย ลำดับต้น หากพบพร้อมส่งต่อรักษาตามกระบวนการ

             (9 มิถุนายน 2563) ที่ซอยถั่วงอก กองโรคเอดส์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบชุดตรวจไวรัสตับอักเสบซี จำนวน 500 ชุด ให้กับจังหวัดชลบุรี เพื่อนำไปตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง โดยทางกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี จึงได้ทำการจัดสรรชุดตรวจ จำนวน 200 ชุด เพื่อทำการตรวจคัดกรองให้กับพนักงานเก็บขยะของเทศบาลนครแหลมฉบัง และ 300 ชุด ทำการตรวจคัดกรองให้กับพนักงานเก็บขยะของเมืองพัทยา โดยในวันนี้ ทางฝ่ายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ สำนักการสาธารณสุขเมืองพัทยาจึงได้ลงพื้นที่ไปทำการคัดกรองร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี
             นายนวพล มิติภัทรา นักวิชาการนโยบายและแผน รองหัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า สำหรับการลงพื้นที่ในการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซีในกลุ่มเสี่ยงวันนี้นั้น ได้เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 63 ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานเพื่อเป็นของขวัญให้กับพสกนิกรชาวไทย โดยทางกรมควบคุมโรคจึงได้จัดสรรชุดตรวจให้กับพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 500 ชุด เพื่อทำการคัดกรองให้กับกลุ่มเสี่ยง ซึ่งพนักงานเก็บขยะตามเมืองใหญ่ อาทิ เมืองพัทยาก็ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องไปสัมผัสกับสิ่งของมีคม ของแหลม และในขณะปฏิบัติหน้าที่ก็พบว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ดังนั้นในวันนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี จึงได้ลงพื้นที่มาทำการตัดกรองโรค โดยหากพบติดเชื้อ เตรียมส่งรักษาตามขั้นตอนต่อไป
             สำหรับไวรัสตับอักเสบซี คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดซี สามารถติดต่อกันทางเลือดหรือเพศสัมพันธ์ คล้ายกับไวรัสตับอักเสบบี แต่ไม่สามารถติดต่อกันได้ทางการให้นมบุตร การจาม หรือไอรดกัน การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำด้วยกัน และการใช้ถ้วยชามร่วมกัน เชื้อไวรัสตับอักเสบซีเมื่อเข้าไปในร่างกายจะแบ่งตัวและอาศัยอยู่ในตับ ระยะแรกทำให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งมักจะมีอาการไม่มาก ทำให้ผู้รับเชื้อไม่ทราบว่ามีตับอักเสบ โดยประมาณเกือบ 8% ของผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีการติดเชื้อเรื้อรังและตามมาด้วยตับอักเสบแบบเรื้อรังแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ค่อยมีอาการชัดเจน ผ่านไปประมาณ 10-30 ปี จึงเข้าสู่ระยะตับแข็ง และอีกสิบปีต่อมาจึงถึงระยะท้ายของโรคตับแข็ง เมื่อมีโรคตับแข็งเกิดขึ้นจะมีโอกาสเกิดมะเร็งตับได้

Advertisement