หนุ่มเมาซ่าท้าเคอร์ฟิวขับเก๋งชนเด็กปั๊มมอบตัว วอนสังคมเห็นใจไม่มีเจตนาทำร้ายใคร (มีคลิป)

             จากกรณีเมื่อช่วง 02.00 น.ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 22.00 น.ถึงเวลา 04.00 น. ได้เกิดเหตุมีวัยรุ่นอายุประมาณ 25-30 ปี มีอาการมึนเมาแล้วก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับพนักงานปั๊ม ก่อนจะขับรถยนต์เก๋งสีแดงพุ่งชนอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีภาพวงจรปิดจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน เหตุเกิดบริเวณภายในสถานีน้ำมัน ปตท.สาขาถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา ม.12​ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่สังคมให้คมสนใจเป็นอย่างมาก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
            ล่าสุดเมื่อเวลา 16.36 น.วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 นายวิชิต บุญล้น อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดยโสธร หนุ่มคนขับรถเก๋งสีแดงตามที่ปรากฏอยู่ในคลิปกล้องวงจรปิด ที่ก่อเหตุพุ่งชนพนักงานปั๊มนำ้มันจนได้รับบาดเจ็บ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ต.ชัยณรงค์ จิตต์สุนทร สว.สส.สภ.เมืองพัทยา พร้อมชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าก่อนเกิดเหตุตนเองยอมรับว่าได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาแต่ไม่ได้เมาจนขาดสติ หลังดื่มเสร็จก็ได้เดินกลับมาเอารถยนต์เก๋งที่จอดทิ้งไว้ภายในปั๊ม ได้ขอบุหรี่กับพนักงานปั๊ม เมื่อได้บุหรี่แล้วก็เดินต่อไปที่รถ จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้นจนเป็นข่าวว่าตนเองจะพยายามทำร้าย
            นายวิชิต ยังชี้แจงอีกว่าตนเองไม่ได้คิดที่จะทำร้ายคู่กรณี แต่คู่กรณีจะเข้ามาทำร้ายก่อน ตนเองจึงรีบขับรถออกไป จังหวะนั้นคู่กรณีได้กระโดดถีบและทุบรถจนได้รับความเสียหาย ตนเองรู้สึกโมโหจึงวนรถกลับมาเพื่อจะมาสอบถาม แต่คู่กรณีกระโดดเข้ามาทำให้หักพวงมาลัยเลี้ยว ไม่คิดว่ารถจะไปเฉี่ยวโดนคู่กรณี หลังจากเกิดเหตุได้ขับรถหนีไปทางพัทยาใต้ ได้เจอเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ ตนได้ให้เหตุผลไปว่าจะกลับที่พัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เจ้าหน้าที่เรียกตรวจ ตนเองพยายามอ้อนวอนจนเจ้าหน้าที่เห็นใจจึงปล่อยกลับไป ตนเองก็ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วเดินทางกลับที่พักตามปกติ
              ซึ่งนายวิชิตอยากจะขอให้สังคมรับฟังตนเองบ้าง อย่ามองด้านเดียว ตนเองไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายฝ่ายคู่กรณีจริงๆ และทำไมทางคู่กรณีไม่เอาคลิปกล้องวงจรปิดก่อนหน้านี้มาเปิดเผยด้วย ซึ่งตอนเดินเข้าไปคู่กรณีก็ได้นั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่เช่นกัน อยากให้สังคมเข้าใจด้วยเพราะตนเองมาเพียงคนเดียวแต่ฝั่งคู่กรณีมีกันหลายคน
              อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำ พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน

(ชมคลิป)

Advertisement