หนุ่มเมากร่างเย้ยเคอร์ฟิว ท้าชก ก่อนซิ่งเก๋ง ชนเด็กปั๊มเจ็บ วงจรปิดจับภาพไว้ทัน (มีคลิป)

             เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 ร.ต.อ.อาณกร ถานอาจนา รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในสถานีน้ำมัน ปตท.เทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมวิทยุสกัดจับผู้ก่อเหตุ
            ที่เกิดเหตุภายในปั๊มน้ำมัน พบพนักงานของปั๊ม และพนักงานร้านสะดวกซื้อ อยู่ในอาการตกใจ ยืนเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ด้านในห้องพักพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือนายพงศธร เทพพรม อายุ 20 ปี พนักงานปั๊ม นอนอยู่บนพื้น มีอาการปวดตามร่างกาย ต้นคอ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯให้การปฐมพยาบาลเบี้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
             สอบถามนายสุพิน บุญเหมาะ อายุ 34 ปี ทราบว่าก่อนเกิดเหตุนั้นมีชายวัยรุ่นอายุ ประมาณ 25-30 ปี อยู่ในอาการมึนเมา เข้ามาสอบถามพนักงานเซ่เว่นว่าปิดหรือยัง แล้วเดินเข้ามาขอบุหรี่ ตนเองก็ได้ให้ไป วัยรุ่นคนดังกล่าวก็ได้เดินไปเอารถที่จอดอยู่ในจุดจอดรถ ก่อนจะขับออกไปหาเรื่องกับพนักงานปั๊ม โดยโวยวายหาว่ามีคนด่า แต่ไม่มีใครด่า จนกระทั่งมีการท้าชกกับพนักงาน ก่อนจะขับรถวนกลับมาพุ่งชนอย่างแรง แล้วรีบเร่งเครื่องไปรับภรรยา ซึ่งตนเองกลัวว่าจะมีอาวุธปืนจึงไม่กล้าเข้าไปยุ่ง
            ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์อีกรายเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุได้ดื่มเบียร์อยู่ฝั่งตรงข้ามปั๊ม แล้วเดินข้ามมาเอารถที่จอดอยู่ภายในปั๊มแห่งนี้ โดยตัวผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ซึ่งตนเองก็ยืนยันว่าไม่มีใครด่า แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมฟัง จนมีปากเสียงและท้าชกต่อยกับพนักงาน จนกระทั่งผู้ก่อเหตุขับรถชนพนักงาน ซึ่งตนเองก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
            ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด ขณะที่จะชกต่อยกับคนเจ็บ และวินาที่ขับรถพุ่งชนอย่างโหดร้าย จนร่างกระเด็นขึ้นก่อนตกลงมากระแทกพื้น แล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จะวิทยุสกัดจับผู้ก่อเหตุซึ่งขับรถยนต์เก๋ง สีแดง ขับหลบหนีไปทางพัทยาใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สายตรวจซึ่งพบเจอรถต้องสงสัย ยานพาหนะ และบุคคล ใกล้เคียงกับผู้ก่อเหตุ จึงเรียกตรวจสอบก่อนบันทึกภาพทำประวัติไว้แล้วปล่อยตัวไป
             เบื้องต้น ร.ต.อ.ทนงค์ศักดิ์ อินผดุง รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บนั้นจะต้องรอรักษาตัวจะเรียกมาให้ปากคำ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
            อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทางรัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลทั่วไปออกนอกเคหสถาน โดยไม่มีเหตุอันควร แต่ผู้ก่อเหตุกลับตั้งวงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกมาก่อเหตุรุนแรง โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายแต่อย่างใด

(ชมคลิป)

Advertisement