คืบหน้า..การเอาคืนพื้นที่สาธารณะคลองนกยาง-ปึกพลับ เมืองพัทยาเตรียมนำโมเดลคลองลาดพร้าวเยียวยาชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ

             (28 ม.ค.63) ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายสุธรรม เพ็ชรเกตุ รองปลัดเมืองพัทยา รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการเอาคืนพื้นที่สาธารณะคลองปึกพลับและคลองนกยาง หลังมีชาวบ้านปลูกสร้างอาคารพักอาศัยรุกล้ำที่สาธารณะ ส่งผลทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้ทันเวลาฝนตกหนักต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่โดยรอบจากภาวะน้ำท่วมขัง โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักการช่างเมืองพัทยา เข้าชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการ
             โดยในที่ประชุมเจ้าหน้าที่สำนักการช่างได้มีการชี้แจงว่า การดำเนินการเอาคืนพื้นที่สาธารณะคลองนกยาง บริเวณด้านหลังอำเภอบางละมุงจนถึงร้านอาหารมุมอร่อยแยกไปคลองนาเกลือนั้น จากการสำรวจแนวคลองพบว่ามีอาคารบุกรุกจำนวน 150 หลัง แบ่งเป็นบ้านพักอาศัย-ร้านค้าจำนวน 130 หลัง และห้องเช่า 20 ราย ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าปัจจุบันในคลองมีสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นเนื่องจากประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณนี้ไม่มีการทิ้งขยะลงคลองแล้ว ทำให้คลองมีความสะอาด ส่วนบริเวณสภาพคลองนกยางจากจุดร้านอาหารมุมอร่อยไปถึงบ้านสุขาวดีนั้นพบว่ามีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวคลองเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้เมืองพัทยาอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไข เพื่อเปิดแนวทางระบายน้ำลงสู่ทะเล ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมากับชาวบ้านที่มีการสร้างอาคารบ้านพักอาศัยรุกล้ำคลองสาธารณะนั้นไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด พร้อมทั้งจะได้มีการนำโมเดลการพัฒนาคลองลาดพร้าวมาเป็นรูปแบบการดำเนินการพัฒนาพื้นที่บริเวณคลองนกยาง โดยจะให้มีการสร้างพักอาศัยถาวรและจัดทำให้เป็นสวนสาธารณประโยชน์ ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าว โดยจะมีการนำเรื่องส่งให้ผู้บริหารเมืองพัทยาพิจารณาต่อไป
             ส่วนคลองปึกพลับนั้นลงพื้นที่เพื่อเข้าทำการตรวจสอบความคืบหน้าในการการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างอาคารรุกล้ำแนวคลอง โดยมีการแบ่งแยกพื้นที่ดำเนินการไว้ 2 ส่วน คือโซน A มีผู้บุกรุก จำนวน 11 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอาคารพาณิชย์ ซึ่งมีแนวระยะร่นจากลำคลองไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนด ขณะนี้ได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารที่รุกล้ำคลองสาธารณะไปแล้ว 4 ราย อยู่ระหว่างการรื้อถอน 5 ราย อยู่ระหว่างการติดประกาศให้รื้อถอนครั้งที่ 3 จำนวน 1 ราย และยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อคุ้มครอง จำนวน 1 ราย ส่วนโซน B บริเวณต้นคลองซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ยากไร้ ที่มีการพักอาศัยมาเป็นเวลานาน โดยในโซน B นั้นเมืองพัทยาจะเร่งประสานผู้พักอาศัยเพื่อช่วยเหลือเยียว หลังมีการรื้อถอนอาคารที่พักอาศัยรุกลำที่สาธารณะต่อไป

Advertisement