ประปาพัทยาแจง..ไม่ต้องกังวลเร่งปรับแผนใหม่ ลดการใช้น้ำจากอ่างกักเก็บเพิ่มปริมาณการผันน้ำเอกชนและชลประทานมาเสริม ยันไม่ขาดแคลน ยื้อถึงมิถุนายน 63 (มีคลิป)

           จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพของสภาพในอ่างกักเก็บน้ำของเมืองพัทยา อาทิ อ่างเก็บน้ำมาบประชัน และอ่างเก็บน้ำชากนอก ที่เป็นอ่างหลักในการนำมาผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภค บริโภค ซึ่งพบว่าสภาพดูน่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากน้ำในอ่างมีปริมาณน้อยลงอย่างมาก หลายจุดแห้งขอดเป็นเนินดิน ซึ่งกรณีนี้อาจทำให้ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบในเวลาอันใกล้นั้น
            ในการนี้นายสุทัศน์ นุชปาน ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับเมืองพัทยาใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำหลักจำนวน 5 อ่าง ได้แก่ มาบประชัน ชากนอก ห้วยสะพาน ห้วยขุนจิต และหนองกลางดง ซึ่งมีความจุน้ำดิบรวม 40 ล้าน ลบ.ม. แต่สถานการณ์น้ำดิบทั้ง 5 อ่างในปีนี้พบว่ามีปริมาณน้ำคงเหลือ 11 ล้านลบ.ม.หรือคิดเป็น 28 % ของความจุรวม ซึ่งถือว่ามีปริมาณน้อยเนื่องจากสภาวะ “เอลนินโญ”ที่ทำให้ฝนตกน้อยและขาดช่วงในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจากเดิมที่มีการผลิตน้ำประปาโดยใช้น้ำจาก 5 อ่างหลักในปริมาณ 60 % และน้ำจากภายนอก 40 % จึงมีการปรับแผนใหม่ที่จะใช้น้ำจากอ่างหลักเพียง 30 % และใช้น้ำจากภายนอก 70 % ที่มาจากการจัดซื้อจาก East Water เป็นหลักโดยมีการเพิ่มปริมาณการรับน้ำเข้ามาทางการประปาสัตหีบ การสูบน้ำจากห้วยพันเสด็จ รวมทั้งอ่างบางพระ และระบบ Recycle น้ำของการประปาพัทยาเอง เพื่อลดความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำและรักษาสภาพอ่างหลักไว้
              สำหรับเมืองพัทยาจะมีการอุปโภค บริโภคน้ำประปาในอัตรา 2.5 แสน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งทางการประปายืนยันว่าจะสามารถผลิตน้ำให้ได้ตามปกติไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายนนี้แน่นอน ซึ่งก็จะสอดคล้องกับการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าจะมีพายุฝนตกลงมาภายในเดือนพฤษภาคมที่จะมาเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างให้มากขึ้นและนำมาใช้ในการผลิตน้ำประปาต่อไปได้ จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลกับปัญหาการขาดแคลน เพียงแต่ขอให้มีการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเท่านั้น
                นายสุทัศน์ กล่าวต่อไปว่าสำหรับข้อวิตกกังวลที่ว่าหากถึงเดือนมิถุนายนแล้วแต่ฝนตกลงมาน้อย หรือไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างหมดลงนั้น กรณีนี้ทางการประปาส่วนภูมิภาคได้วางแผนการแก้ไขไว้แล้วโดยมีการหารือร่วมกับกรมชลประทาน ระบุว่าจะใช้น้ำก้นอ่างที่เหลืออยู่ซึ่งสามารถผลิตน้ำไปได้อีก 1 เดือน จากนั้นจะมีการผันน้ำจากคลองวังโตนด ซึ่งมีปริมาณน้ำมาก รวมทั้งอ่างเก็บน้ำปะแสร์ในจังหวัดจันทบุรี ที่จะผันน้ำมาลงที่อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ หนองปลาไหล และส่งมายังเมืองพัทยา เพื่อใช้ในการผลิตน้ำประปาให้กับประชาชน โดยกรณีนี้ทางกรมชลประทานได้มีการวางระบบท่อผันน้ำไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

(ชมคลิป)

Advertisement