(สระแก้ว) – ทหารทำลายทุ่นระเบิดดักรถถัง 3 ลูก ใกล้ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว

สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 กองกำลังบูรพา และศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ร่วมกันทำลายทุ่นระเบิดทำลายรถถัง 3 ทุ่น ห่างตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพียงแค่ 2-3 กม. ด้วยวิธีการ BURN โดยเผาดินระเบิดให้หลอมละลายเสื่อมสภาพแทนการระเบิดที่สมบูรณ์ เพื่อความปลอดภัยแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ซึ่งสามารถทำได้แค่ 2 ทุ่น ส่วนอีก 1 ทุ่นไม่สามารถทำลายได้ จึงต้องมีการทำลายด้วยการจุดระเบิดทำลายทิ้งปกติ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ พ.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 (นปท.1) ได้รับรายงานจาก กองร้อยทหารพรานที่ 1205 ว่ามีชาวบ้านในพื้นที่บ้านดงงู ต.ปาไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบวัตถุระเบิด จำนวน 2 ทุ่น ห่างจากถนนศรีเพ็ญ ประมาณ 600 เมตร และห่างจากตลาดโรงเกลืออรัญประเทศ ประมาณ 2-3 กม.เท่านั้น จึงสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 นำโดย พ.ต.ณัฐพล ไกรวาล รอง ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 , พ.ต.ธรรมศักดิ์ ถ้วยทอง ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 1205 ,ร.ท.เชี่ยวชาญ แสงแก้ว หัวหน้าชุดแจ้งเตือนและข่าวสาร หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 กองกำลังบูรพา , ร.อ.ประสงค์ ชมโลก อาจารย์ ผสท.กศ.รร.ช.กช. เข้าทำการพิสูจน์ทราบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

พบเป็นทุ่นระเบิดดักรถถังขนาดกลางชนิด M2 และได้สำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด ตรวจพบทุ่นระเบิดดักรถถังชนิดเดียวกันเพิ่มอีก จำนวน 2 ทุ่น รวมเป็น 4 ทุ่น และสามารถทำการเก็บกู้พร้อมทำลายระเบิดได้เพียง 1 ทุน ส่วนอีก 3 ทุ่นไม่สามารถทำการเก็บกู้ได้ จึงได้รายงานไปยังกองกำลังบูรพา เพื่อขออนุมัติทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว ด้วยวิธีการ BURN โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในวันนี้ (19 ธ.ค.)

พ.ต.ณัฐพล ไกรวาล รอง ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 กองกำลังบูรพา เปิดเผยว่า การทำลายทุ่นระเบิดด้วยวิธีการ BURN ดังกล่าว จะไม่เกิดระเบิด เป็นลักษณะการเผาดินระเบิดให้หลอมละลายเสื่อมสภาพแทนการระเบิดที่สมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน โดยจุดที่ทำลายทุ่นระเบิด จะอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 500 เมตร และเพื่อเป็นการป้องกันความตื่นตระหนกและการเข้าใจผิดของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดน หากการทำลายทุ่นระเบิดด้วยวิธีการ BURN ในครั้งนี้เกิดการระเบิดขึ้น กองกำลังบูรพาจึงได้ประสานการปฏิบัติไปยังสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย ของประเทศกัมพูชา เพื่อแจ้งเตือนประชาชนและส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ด้วยเช่นกัน รวมทั้ง แจ้งเตือนประชาชนบ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ให้ทราบถึงอันตรายของทุ่นระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่และการทำลายทุ่นระเบิดในวันนี้ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งการเก็บกู้ด้วยวิธี BURN สามารถทำได้แค่ 2 ทุ่น ส่วนอีก 1 ทุ่นไม่สามารถทำลายได้ จึงต้องมีการทำลายด้วยการจุดระเบิดทำลายทิ้งปกติ

รอง ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 กองกำลังบูรพา กล่าวอีกว่า สำหรับในอดีตที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าว มีผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดในจุดนี้แล้วจำนวนหลายราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานภาครัฐและกองกำลังบูรพา เพื่อให้ผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติเสมือนคนทั่วไป ประกอบด้วย นายเฉียบ อินกะทอน อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.8 บ.ป่าไร่ใหม่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อาชีพทำไร่ ประสบภัยจากทุ่นระเบิด เมื่อปี พ.ศ.2534 เนื่องจากเข้าไปหาของป่าบริเวณ บ.ป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทำให้ขาข้างซ้ายขาดเหนือหัวเข่า , นายกลิ่น คาอรัญ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.8 บ.ป่าไร่ใหม่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อาชีพทำไร่ ประสบภัยจากทุ่นระเบิด เมื่อปี พ.ศ.2542 เนื่องจากเข้าไปหาของป่าที่บริเวณ บ.ป่าไร่ ต.ป่าไร่ ทำให้ขาข้างซ้ายขาดเหนือหัวเข่า ซึ่งเป็นเพียง 2 ราย ในอีกหลายสิบรายที่เหยียบทุ่นระเบิดบริเวณนี้ เพราะพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่การสู้รบในอดีตด้วย โดยในจังหวัดสระแก้ว มีผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดแล้ว จำนวน 238 ราย

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นปท.1 สามารถสำรวจและเก็บกู้ระเบิดจากพื้นที่สนามทุ่นระเบิดใน จ.สระแก้ว จำนวน 100 ล้านตารางเมตร เมื่อปี 43 ขณะนี้เหลือเพียง 6 ล้านตารางเมตรเท่านั้น ยังคงเหลือพื้นที่ อ.อรัญประเทศ โคกสูง และตาพระยา ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่า จะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2566 หากบริเวณใดพบทุ่นระเบิด ทางหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมที่ 1 จะเข้าดำเนินการเก็บกู้โดยทันที พร้อมกับกันพื้นที่และติดป้ายแจ้งเตือน สีแดง รูปหัวกะโหลก เขียนคำว่า “อันตราย วัตถุระเบิด” เมื่อประชาชนเห็นป้ายแจ้งเตือนดังกล่าว ขออย่าเข้าไปในพื้นที่นั้นโดยเด็ดขาด.
ภาพข่าว นายยุทธนาพึ่งน้อยผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว

—————————–

CG:พ.ต.ณัฐพล ไกรวาล รอง ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 (เครื่องแบบทหาร)

Advertisement